วันพุธ, กุมภาพันธ์ 27, 2008

ท่านประธานกลุ่ม / ( President )

26 กุมภาพันธ์ 2551


0730 น.

( ท่านประธานฯตอนที่ 1 )
3 กุมภาพันธ์ 2506
เวลาพักเที่ยง ร้าน“ล.เลิศรส”สุดหรูเป็นห้องแถวหมักแซมตัวอยู่ในท่ามกลางย่านร้านรวงที่นับได้ว่าผู้คนจอแจ
ซ้ายเป็นร้านตัดผมเจริญบาร์เบอร์ถัดไปเป็นร้านขายยาวังทองฟาร์มาซี
ขวาเป็นร้านสถิตยนต์ซ่อมรถมอ’ไซค์จักรยาน ถัดร้านซ่อมไปเป็นร้านโชห่วยขายมันทุกอย่างกระบองขี้ไต้น้ำมันก๊าดเทียนไขเครื่องเครางานมงคล – อมงคล
ผู้คนจะคลาคล่ำก็อีตอนสิ้นเดือนของครูตำรวจและกำนันผู้ใหญ่บ้านแหละในตัวอำเภอนี่
ในตัวอำเภอนับว่าเป็นที่ทันสมัยที่สุดมีไฟฟ้าใช้เวลาเช้ายันสามทุ่มห่างจากที่ทำการอำเภอออกไปสิบกิโลเมตรใผ๋ผู้ใดได้มีธุระเข้าเมืองอย่างนี้นับว่าไม่เบา ......... ไม่เบา !ต้องมีนัยยะซ่อนเร้นสำคัญทีเดียว

อ๋อ ด๊ายยยย เลยขอรับอาจารย์ ได้ๆ
อาเฮียผู้ปรุงสูตรตำรับพิเศษจัดแจงลงมือทันทีตามสั่ง
เสียงขลุก ขลัก .... ขลุก ขลัก ปุงๆดิ้นดันฝาละชีหม้อพักนึงแล้วเงียบไปอาเฮียชุนดุ้นฟืนไฟโชนขึ้นหม้อเดือดปุดปัด ๆ

“ เฮ๊ยยย กูจัดการส่งในนามกลุ่มเรียบร้อยแล้ว ”
ครูสมพรสอนพละศึกษา – กีฬาของโรงเรียนในชุดวอร์มกุงเกงขายาว เสื้อเชิ้ตแขนสั้นทำหน้าที่เป็นขุนนะรินเสริฟเหล้าเหลืองให้ครูใหญ่ผู้เป็นประธานกลุ่ม
พลันที่ครูกีฬาเทสุราลงโจกๆครึ่งค่อนแก้ว ผู้ประธานแห่งโต๊ะก็รวบมาสาดลงคอเอื๊อกๆ แล้วตามด้วยมะยมแลลูกตะลิงปิงดองเคี้ยวกร๊วบๆหน้าตาเฉย !
“ กูเซ็นต์กำกับไว้ให้แล้ว ... ส่งแล้วด้วย ”
“เห็นด้วยตามนี้” แล้วลงลายเซ็นต์นายอาวาส เงื้ออาจงามตำแหน่งประธานกลุ่มโรงเรียนตำบลโคกปูนขาว ตามหนังสือนำเรียนครูผู้เป็นประธานกลุ่มเซ็นต์ แล้วให้ครูฝ่ายประสานท่านหัวหน้าการฯอำเภอพิจารณาในลำดับต่อไป
“ ฮื๊ยย มึงใจเย็นได้ ”
ท่านผู้เป็นประธานกลุ่มอัดบุหรี่รวงทิพย์ เข้าปอดเต็มๆแล้วแหงะเงยห่อปากพ่นควันขาวงาม แห่งยากาแร๊ตให้พ่นพุ่งออกจากปอด สายตาหรี่เล็งจับพัดลมติดเพดานสี่ใบพัดที่หมุนอยู่กึง กึง .... กึงกึง
มาตรฐานจริง.......จริ๊งอำเภอเรา – มีพลังงานไฟฟ้าแรงสูงบริการสาธารณูปโภคในฝันแท้ๆ
เดือนก่อนท่านครูใหญ่ก๊ะครูกีฬายังได้ไปดูใกล้ๆเลยตอน อส.เหงี่ยมผู้เพื่อนก๊ะครูใหญ่ดึงหัวเครื่องมาเผา ......... เป็นเหล็กเท่าตาปูเก้ายาวซักฝ่ามือหมุนๆคลายเกลียวออกมาพันๆด้วยเศษผ้าจุ้มน้ำมันขี้โล๊แล้วจุดไฟเผาลุกซะวื้บ ......... วื้บ .. !ทำเอาสองครูน้อย-ใหญ่จากกลุ่มโรงเรียนตำบลแถบตีนภูเขาใจหายใจคว่ำกุลีกุจอจะหาน้ำหาไม้กวาดมาช่วยกันดับซะวายวุ่นไป
โฮ๊ะ ได้ไงเข้าอำเภอมาเดือนหนึ่งนานๆเข้ามาดูเครื่องยนต์ต้นพลังงานของตัวเมืองตัวอำเภอแท้ๆเต็มๆอย่างงี้ ได้ไงล่ะมาเจอไฟจะลุกไหม้ท่วมหัวเครื่องต้นกำเนิดไฟฟ้าของทั้งเมืองจังๆอย่างนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ โทษประหารเลยนา มึ๊ง !
“ อ๊ะ.... หยอ .... หยอไม่มีไรพวก เย๊น ”
แหนะไฟจะนำโทษประหารมาสู่เราบัดเดี๋ยวดูดู๊ อส.เหงี่ยมพวกกันมันทำใจเย็นโบกไม้โบกมือห้าม ซะยังงั๊น ?
“ อ๊ะ .......เครื่องสะลาเวียมันก้อพรรค์นี้แหละโว้ย ต้องเผาหัวมันให้แดง ก่อนสตาร์ท ”
ท่าน อส.เหงี่ยมผู้ใกล้ชิดปออาวุโส ทำงานเผาหัวเครื่องยนต์แบบนี้ทุกหัวรุ่งยามเช้าแหละ
“ ต้องเผา .... ไม่เผามันอืดไม่ทำงานหมอนี่ ”
“ ………………………………. ”
“ ………………………………. ”
โฮ๊วววว เชี่ยวชาญจริงเพื่อนตูดูมันทำซะหยั่งก๊ะเครื่องพรรค์นี้เป็นลูกไร่มันนิ ครูใหญ่ชอบใจงานประเภททันสมัยเครื่องยนต์กลไกอย่างนี้เอามากๆเข้าอำเภอที ได้พูดคุยก๊ะชิบเอ็นฯ(ตำแหน่งที่ท่านปออาวุโสใช้เรียก อส.เหงี่ยม) มันเป็นเหตุให้เป็นคนออโตเมติกซะไม่เบาล่ะเมื่อได้ใกล้ชิดกับคนคุมเครื่องเมดอินยูโกสลาเวียตัวนี้
และไอ้ที่หมุน .... หมุนอยู่ลื่มๆห้อยเพดานเหนือหัวนี่ก็มันแหละ ผลิตผลจากฝีไม้ลายมือ อส.เหงี่ยมผู้เก่งฉกรรจ์ สุดเต้ยจริงๆเพื่อนกัน
“ อ๊ะมาแล้ว ได้การครับเด็ดๆอย่างเต้ย ....เชิญครับ ”
ชามอ่างเซรามิคขนาดใหญ่ถูกยกมาวางลงบนโต๊ะไม้หนาเต๊อะต่อหน้าท่านครูใหญ่ – แลครูกีฬาผู้มาดูแลเลี้ยงดูปูเสื่อฐานว่าจะได้สองขั้นเงินเดือนจากผลการพิจารณาของท่านประธานกลุ่มตำบลเมื่อปีงบประมาณหน้ามาถึง ตอนนี้คือจีบทางผู้เป็นหัวเรือให้ทราบรหัสยนัยกันก่อนว่า ขอกันนะครับสองขั้นงานนี้ผมขอ เลยเป็นเหตุให้สองครูได้นั่งโซ๊ยกันในร้านหรูในเมืองทันสมัยใต้พัดลมปีกกว้างอันสง่าแห่งยุค
“ เฮ๊ยยย เถ้าแก่ลอโว๊ยเอาน้ำเซเว่นอัพ สองขวดโว๊ยไปฝากแม่มันหน่อยว่ะ ”
เข้าเมืองที ต้องมีของดีทันสมัยไปฝากกันอย่างนี้ล่ะ
“ อื้อหืออ ..... มันแซ่บแท้เด้อออ จัดจ้านอย่างที่สุดวู๊ยยยมันต้องอย่างงี้สิ ถึงรสถึงชาติแท้ ”
ขณะหยิบช้อนสังกะสีเคลือบเขียวยกซดต้มเปรตปลาไหลใบมะขามอ่อนจากชามใหญ่ ทำเอาท่านประธานกลุ่มพอ อกพอใจเป็นยิ่งนัก
“ อ่ะ ห๊า วู๊ยยย ...... !ได้แรงอกกูแท้ๆมึงเอ๋ย ”
ร้อนซะเหงื่อเม็ดผุดพรายเลย แรงเผ็ดจากเครื่องแกง -- เปรต!

-----เรื่องกินเหล้าเหลือง(เหล้าสี)นี่เป็นที่รู้ๆกันในแวดวงล่ะว่าท่านกินแบบ ตบตูด อย่างสง่างามด้วยมาตรฐานชั้นสูงแห่งแวดวงครูประธานกลุ่มด้วยกัน ท่านกินแบบนัมเบอร์วันอยู่แล้ว ใจเด็ดคอถึง ถึงไหนถึงกัน
-----ที่ถนนเวลาบ่ายคล้อยผู้คนในตลาดต่างพากันเก็บกวาดขยะหยักใย่ใบตองที่เกลื่อนปลิวระไปตามหน้าเรือนร้านรวง มีประกาศปิดไว้ที่ป้ายกระดานสอนนักเรียนหน้าศาลอำเภอถึงชาวห้องแถวโรงไม้อันเป็นเขตตลาด ให้ชาวบ้านร้านตลาดแต่ละครัวเรือนช่วยกันคนละไม้คนละมือเก็บกวาดเศษใบไม้ใบตองให้สะอาดดูดีเป็นผู้มีวัฒนธรรมอย่าลืมเราต้องมีวัฒนธรรม ลงชื่อนายพายัพ ท่าพระโตนายอำเภอผู้ประกาศ ตลาดอำเภอชนบท ในสายตาของชาวหมู่บ้านห่างออกไปสิบ ยิ่สิบกิโลมันคือเมืองอันศิวิไลย์เย็นลงหน่อยก็หนาวแหละเย็นเยียบเลย ต้องรอเวลารถไอ้หัวตัดของพวกชักลากไม้จากป่าสัมปทานฝั่งภูกระแต ที่เขาจะชักลากท่อนซุงไปเก็บยังกองหมอนไม้ตำบลหนองขี้ชัน ลงไปทางทิศใต้ซึ่งต้องผ่านหมู่บ้านโคกปูนขาวของสองครูน้อย – ใหญ่คู่นี้อยู่แล้ว -- ทุกประชุมประจำเดือนครูใหญ่ก็ได้อาศัยเจ้ารถหัวตัดคันเก่งคันนี้แหละเข้าเมืองพักนี้ คลาดกันจริงๆรถชักลากหมอนไม้ไม่มาไม่มีก็ม้าไอ้หัวงอนคู่ชีพที่ผูกล่ามไว้สนามหญ้าทุ่งนาของโรงเรียนแหละนำพามา ทางสิบสองโลเวลาม้าหนึ่งชั่วโมงเวลารถลากซุงสามชั่วโมงขึ้นเพราะทางเป็นหล่มเลนตม วิ่งทีก็หนุนล้อวางดุ้นท่อนหมอนไม้ที เสียบแซมเข้าในเลนโคลนตมนั่น แต่สำหรับผู้โดยสารอย่างครูบ้านป่าทั้งคู่แล้วมันคือประสบการณ์เรื่องเล่าผจญภัยที่จะได้นำเหตุขณะอยู่ภายในเคบินหน้ารถขนซุงเก็บจำไปบอกเล่าในห้องเรียนให้นักเรียนสดับรับฟังเวลารถยักษ์ขับเคลื่อนบนผิวถนนเลนโคลน เมื่อมองออกไปจากหน้าต่างเห็นล้อสิบแปดล้อมันฟรีปัดขี้เลนฟรีอยู่ฟืดดดดดดดด .......... ฟืดดดดดด พลันที่ล้อข้างหน้าไม่ยอมตะกุยเดินหน้าไปล้อที่ฟรีแล้วฟรีเล่ามันก็ปักจมลงเลนไปโดยไวรถที่ขนท่อนซุงอันหนักอึ้งก็เอียงกระเท่เร่

โซ่เส้นใหญ่ร้องกรูด ........ กรูด ตรึงรัดมัดท่อนไม้ยักษ์ให้แน่นยิ่งขึ้นแต่สำหรับโซเฟอร์ผู้ช่ำชองประจำรถแล้วย่อมรู้ดีว่าแค่ไหนพอ หรือยังต้องเบิ้ลเหยียบเร่งคันเร่งให้เร่งเครื่องเขยิบเดินหน้าต่อไป แต่หากเกินแรงตะกุยของเครื่องรถจริงโชเฟอร์ก็ไม่รอช้าแหละโดดโครมลงอ่างขี้โคลนพร้อมลากปีกหมอนเศษไม้แหย่ แยงเข้าหนุนช่วยล้อทันทีแหละ แต่สำหรับครูผู้โดยสารอย่าหวังจะได้ช่วยเลย ไอ้ที่โดด ...... โดดโครมลงน่ะเพราะอยากรู้อยากเห็นว่าโชเฟอร์ท่านทำประการใดก๊ะล้อรถ เท่านั้นแหละขอเปื้อนด้วยคน ให้รู้ให้เห็นก๊ะตา การจะหนุนล้อรถที่ปักจมลงเลนตมน่ะต้องคนรู้ใจรู้จังหวะท่าทางงัดง้างกันเวลาทิ้งโครงรถไปข้างหน้ามุมเท่าไหร่ ต้องเร่งเครื่องแรงขนาดไหน คือโชเฟอร์ประจำรถเท่านั้นจะใช้ท่อนไม้สั้นยาวยังไงขนาดไหนอ่านออกรู้เห็นทำได้ เป็นงานรู้กันจนรถขับเคลื่อนผ่านเลนตมไปได้ตลอดรายทางอันแสนสะบักสะบอม มอมแมม
-----ผู้โดยสารสองคนรออยู่วันนี้ ต้มเปรตปลาไหลสูตรของอาเฮียร้าน ล.เลิศรส ทำเอาสองลูกค้าซดเหล้าเหลืองซะพร่องขวดกลมใหญ่ไปเลย อีกทั้งต้มเปรตปลาไหลอันร้อนแรงนั่นด้วยทำให้เจริญสุราเป็นยิ่งนัก
-----“ น๊าน ไหมล่ะเกือบซะแล้วสิกูไหนน้ำเซเว่นอัพฝากแม่ใหญ่ --- ต้องแม่เล็กด้วยคนไม่งั๊นกูตาย แม่เล็กเอาไรหว่า ..... อ๊ะคนสวยคนงามเขาต้องครีมอีมูน ก๊ะแป้งน้ำสมใจนึกโว๊ยย ”
-----แม่ใหญ่ของท่านประธานน่ะเป็นแม่ของลูกๆหกคนชายสี่หญิงสอง ส่วนแม่เล็กให้ลูกสามคนเป็นหญิงทั้งหมดท่านประธานจะสลับกันไปนอนระหว่างสองบ้านวันเว้นวัน

0 ความคิดเห็น: