CHAAI RADIO

             
<=กรุงเทพฯ,Thai <=อเมริกา, WashingtonDC <=รัสเซีย, Moscow <=เกียวโต,Japan

วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2551

" สวัสดีปีใหม่ครับ " วนๆ เวียนๆ. / ( Pee - Mai, Happy new year)

4 มกราคม 2551

0647 น.

"สคส.ใบนี้มีค่าเพียง 2 บาทพี่ยังบังอาจส่งมาถึงทรามวัย
ฝากถ้อยสุนทรขออวยพรปีใหม่น้องได้รับหรือไม่ส่งไปเมื่อเดือนธันวา
สคส.ใบน้อยถึงมือน้องหรือเปล่าไม่เห็นส่งข่าวมาถึงหนุ่มบ้านนา
แม่ช่อพลับพลึงถึงมันจะน้อยค่าขอให้น้องรู้ว่าส่งมาจากขั้วหัวใจ

ตื่นเช้ามาเห็นหน้าไปรษณีย์หลงเฝ้ายินดีเดินรี่เข้าไปถามไถ่
นึกว่าโฉมยงค์ส่ง สคส.มาให้กลับเป็นของคนอื่นไป สู้อดใจรอต่อพรุ่งนี้
เห็นใครเขาทั้งหลายรับ สคส.ยิ้มแฉ่งเราฝืนยิ้มแห้งอ่อนแรงของเราไม่มี
ปีเก่าพ้นไปหรือทรามวัยลืมพี่ เคยส่งถึงทุกปีมาปีนี้น้องส่งให้ใคร ............ ฯ "
จากท่อนโดน ๆ ของเนื้อเพลง คอย สคส.ขับร้องโดยโดย สญ.สญ.

"สวัสดี ปีใหม่ครับ " วนๆ เวียนๆ อยู่โดยรอบในสังสารวัฏแห่งโลกย์ใบนี้ เหอะ ๆ ก็พอสมควรแหละเน๊อะเวล่ำเวลาที่ดำผุดดำไหว้กับหมู่คณะผู้หายใจร่วมโลกานุโยคคลอนๆ ลูกนี้เหอะๆ

" พอใจละ "

" เอาไง กันดีวู๊ยยยย ... ? "

" เหอะๆ ก็เรื่อยๆแหละ "

" ก็ดี .............. "

สารพัดแต่จะเป็นจะเกิดขึ้นแหละกับหมู่คน ผู้วนๆเวียนๆ ยังเหลือชีวิตและลมหายใจให้เห็นหน้าค่าตากันอยู่ บ้างก็ถองเอ๊า ถองเอาซึ้งเหล้ายาปลาปิ้งเฉลิมฉลองกันเอิกเกริก .......... เย๊วว ๆ ...... ๆ ปีใหม่แล่ว ฉลอง ยิ๊วว ๆ บ้างก็ตั้งใจภาวนาหลบ วงสังสันทน์เฮฮาปาร์ตี้อันมีการสุราเป็นเครื่องยืนพื้น หลบและหลบเท่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อความอยู่รอดของชีวิตของเจ้าตัวเองนั่นแหละ โฮ๊ะ ......... ลองดิ๊ บางรายน่ะขืนจิบมันเข้าไปแค่นั้นแหละเข้าโรงศพเลยแหละ เลยต้องหลบรักตัวกลัวตาย ต้องหลบหลีกเลี่ยงไม่ดื่มโดยเด็ดขาด ... !ก๊ะเจ้าน้ำตระกูลแอลกอฮอล์นี่

ผ่านเมืองเพชรบุรีมาเมื่อสามสี่วัน ทำให้นึกคำนึง ถึงคนแห่งความนิยมของประเทศเรา ท่าน "มนัส จรรยงค์" ผู้เกรียงไกรในฝีมือเรื่องเล่าเหตุแห่งชีวิตในสไตล์ลูกทุ่งไทยภาคกลางอย่างเห็นทั้งเปลือกแลกระพี้ อีกท่านน่ะเจ๊งที่สุดของที่สุดอยู่แล้วในโลกเซลลูลอยด์ "มิตร ชัยบัญชา " พระเอกหนังยุค 16 มิลลิเมตรผู้ฟีเวอร์สุดๆคนนี้ แต่เพราะทุกสรรพสิ่งมีกำหนดเวลาของมันอยู่ "เป็นเช่นนี้ ........... จึงเป็นเช่นี้"เวลาล่วงเลยผ่าน ทุกสิ่งอย่างย่อมย่อยสลายไปตามกฎแห่งมหาจักรวาล สำหรับหมู่มนุษย์เราคงเหลือไว้คือรอยจดจำกำกับบันทึกให้ทราบเอาไว้ อย่างที่ได้นั่งรถผ่านบ้านของท่านปูชนียบุคคลผู้นามกระเดื่องแห่งเมืองเพชรบุรีทั้งสองท่านนี้แล ............. เมื่อรำลึกนึกถึงท่านเหล่านี้ ก็พลันมีภาพเก่าๆครั้งอดีตเสนอฉายออกมาทันทีทันใด เหอออ ๆตราตรึงจิตนักแล.

ขึ้นศักราชใหม่ เดินผ่านแผงหนังสือที่กรุงเทพฯเมืองหลวงมะรู้ที่ย่านไหนเพราะนั่งรถเมล์ วนๆ เวียนๆ โดยรอบจนเมา จนวินเมื่อยดี ผ่านแผงหนังสือเลยตรวจๆดูอื้อออ ................. ยังมียังวางอยู่หนังสือในความประทับใจ"ต่วยตูน" พ๊อคเก็ตบู๊ค อ๊ะ ............. ! อยู่ไหนล่ะ ? อ้อ รู้ละอยู่ในกระเป๋านึกว่าลืม ไม่ลืมแน่ตอนนั่งอยู่บนรถยังเปิดอ่านมาเลย อ่านไปแล่วครึ่งเล่ม ว่าด้วยงานอ่านหนังสือเนี่ยะมาพักหลังๆสี่ห้าปีมานี่การพลิกเปิดหน้ากระดาษเพื่ออ่านหนังสือตรงๆ นี่มีน้อยลงมาก แต่ขนาดระดับการอ่าน องคาพยพแห่งสังคมยังเข้มข้นอยู่เช่นเดิมแถมกว้างยาวลึกสูง (ขึ้นด้วย ...... มั๊ง?) คือเปลี่ยนมาใช้ระบบเสริจช์ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตแทนที่ แต่เทียบกันแล้วงานอ่านทางเน็ตนี่มันซึมแทรกซับเข้าสู่อายตนะแบบ" ไม่อิ่มเอิบลุ่มลึกฝังแน่น" คือมันลุกลี้ลุกลน วอกแวก วับแวมผ่านๆไปไวเกินน่ะ ยังก๊ะคนหลงป่าดูๆแล้วนี่ เคยบอกตัวเอง "ใจเย็นน่ะ ค่อยๆอ่านไปทีละบรรทัด วรรคตอน" แต่ ................... ก็ไม่ใช่อ่ะ มันไม่ใช่แมนรับบ่ด้ายยย อ่ะมันม่ายยช่ายยย ............ อ่ะ ... !เสพงาน(อ่าน)ทางเน็ต"ไม่ทำให้เย็นใจได้" เพราะเน็ตมันดึงพลังทางผัสสะผู้ใช้มันทุกโสตสัมผัสทีเดียว ต่างกันคนละมุมก๊ะพลิกหน้าหนังสืออ่านค่อยๆเป็นค่อยๆไปได้ใจเย็น ไปอย่างมีจังหวะจะโคน ถักทอสานจินตนาการไปอย่างมีสารบบได้เรื่องแน่นๆเป็นแก่นสารมีรากแก้วฝังลึก .... ยึดแน่น แต่ก็นั่นแหละนะทุกสรรพสิ่งมันมีดีในแง่มุมต่างกัน ทุกสรรพสิ่งย่อมมีที่ยืนอยู่ในมุมในทิศของสิ่งนั้นๆโดยตัวของมันเอง อย่างคอมพิวเตอร์เนี่ยะมันก็แสนจะใช้งานง่ายซ๊า-รา-พัด ที่จะใช้งานมัน แค่เพียงงานอ่านเขียนนี่ โฮ๊ะ ................ ท่าน เหยยยยยย............. ! เจ้าหมอนี่มันเป็นอะไรที่สุดยอดแล่ววววว ในยุคสมัยนี้น่ะนะ มันคัมพลีทสมบูรณ์แบบเป็นที่สุดอยู่ แย๊วววววว คอนเฟิร์มครับ คอนเฟิร์ม เหอออ ๆท่านผู้อ่านครับเขียนๆอยู่นี่คนเขียนบันทึกยังมะด้ายยย อาบน้ำนาขอรับ...... ! เขียนไปก็แชทไปก๊ะน้องๆทางชุมชนเอ็มน่ะขอรับทีวีทางเน็ต ขณะเขียนอยู่นี่ FMTV สถานีโทรทัศน์เพื่อมนุษยชาติของค่ายอโศกก๊ะลังเสนอการย้อมผ้าฝ้ายด้วยสีธรรมชาติด้วยใบไม้ที่ชื่อ "ใบคราม" ขณะที่ทีไอทีวี นำเสนอบทสารคดีเทิดพระเกียรติยศในสมเด็จพระพี่นางเธอฯขณะนี้พสกนิกรทั่วประเทศกำลังร่วมกันไว้อาลัยแด่พระองค์ท่านผู้สิ้นพระชนม์เมื่อเวลาตีสองห้าสิบสี่นอ ของวันที่ 2 มกราคม 2551



0855 น.

เหอออๆ ได้พวกแล้ววู๊ยยยยยย เด็ดขาดเลย ! เจ้าน่ะบ้านข่อยเดอ นางเดอ ....... ตรึ้ม ๆ ! เหออ ๆ ในบทสนทนากันของหมู่ท่านสุภาพสตรีสามนางในเวทีแสดงสินค้าเอ็กซ์ฮิบิชั่น งานแฮนด์เมด แฮนด์โปรดั๊กซ์ของกลุ่มงานธรรมชาตินิยมน่ะ พลันแค่เพียงสดับก้อทำให้ข่อยได้พ่อกั๋นกับเจ้าแบบยิงมะผิดตัว ........... คัก ขนาด เด้ออออ


" นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความใส่ใจ ที่เราคัดมาไว้ในขวดให้ท่านค่ะ "

" ......... ฮือออ ค่ะเห็นขวดก็ชอบแล้วค่ะพี่ ... แถมมีสรรพคุณดี .... "

" ค่ะ ....... ลูกหม่อนค่ะ จากต้นหม่อนที่ใช้เลี้ยงไหมค่ะ "

" อืออออ .......... ค่ะพี่ ลูกมอนจริงๆด้วย คิดถึงตอนเด็กๆเลย อ่ะพี่ลูกมอน "



ขอตัดฉับมานี่เลย ..... นี่แหละหนา เจ้าเอ๋ยยย ....... ข่อยสิบอกให่ขอเรียกจังหวะนี้ว่าภาคเทียบเคียงภาษาก้อแล้วกัน ขอย้ำ "ข่อยพ่อเจ้าแล่วววโตดี๋" ท่านผู้อ่านดูวรรคสนทนาตอนที่ว่า " ค่ะ ....... ลูกหม่อนค่ะ จากต้นหม่อนที่ใช้เลี้ยงไหมค่ะ " แล้วก้มีบทตอบเสวนา ซ้อนมาว่า " อืออออ .......... ค่ะพี่ ลูกมอนจริงๆด้วย คิดถึงตอนเด็กๆเลย อ่ะพี่ลูกมอน " นั่นแหละลูกมอนนั่นแหละเจ้า...... บ้านข่อยเด้อออ ก็ไทยอีสานน่ะท่านเหยยยพากันเรียกขานลูกหม่อนที่ไทยภาคกลางเรียกกันน่ะ หมู่เฮาคนไทยภาคอีสานพากันพร้อมหน้าพร้อมตาเรียกเอิ้นขานมันว่า " ลูกมอน " เด้อออ นาง เดอออ ........ ตึ้มๆ

" หมากมอนสุกกิ๋นแซ่บ หวานดี๋เก็บใบมอนไป๋เลี่ยงม่อน "

" ......... ม่อน "

ม่อน น่ะคือนามใช้เรียกตัวหม่อนของไทบ้านเฮา !

โฮ๊ะ ........ งง ....... งง เป็น งง !

ช่าง ท่านเหอะ ย้อนทวนอ่านใหม่ช้าๆ ท่านก็จะเข้าใจเองแหละขอรับก๊ะไอ้เจ้า " ลูกหม่อน ที่เอิ้นลูกมอน แล้วก็เก็บใบมอนไปเลี้ยงม่อน " .......... เนี่ยะ เหอออ ๆแต่สรุปว่าเจ้านางคนนั้นเป็นไทเดี๋ยวกับข่อยน่อ บ้านเดียวกั๋นเฮาซุมเฮาฮักกั๋นแพงกั๋นเน๊าะ เย๊ ................ ได้หมู่(พวก)แล่วววว ข่อย.

ไม่มีความคิดเห็น: