วันศุกร์, มิถุนายน 20, 2008

บ้านเกิด ( homeland )

20 มิถุนายน 2551
09.50 น.

-----“ ถึงเดือนหกเราก็ไปตกกล้า น้ำเต็มนาไปตกกล้ากันก่อนตื่นแต่เช้าจูงควายอีตู้ด่อนหนาวหรือร้อนไถไปคราดไป ถึงเดือนเจ็ดเราก็เริ่มปักดำฝนพรำๆเราก็ทำเรื่อยไปไม่อาทรแดดจะร้อนเหงื่อไคลเราต้องทำได้เพราะเป็นคนชาวนา ก่อนจะมีเมียเราก็ต้องหาเงิน ก่อนจะมีเงินเราก็ต้องทำนาพอทำนาเสร็จก็ขายข้าวขายปลา จะยกขันหมากมาเป็นแผ่นทองเดียวกัน โห่ ……. ซีว้า า า ........... เอ๊าวววววว --- โห่ ซีเว๊ยยย ……….โห่ ซีเว๊ยยย เอ๊าววววววโห่ ……. ซีว้า า า โห่เถิดหนา เอ๊าวววววว ........ โห่ พวกเรา โหหหห ...... ๆๆ
ฮี๊วววววววววว …………….. ”
เพลง “ สู่ขวัญแต่งงาน - ดาว บ้านดอน ”
-----ลูกทุ่งชาวนาชาวไร่เริงรื่นสนุกกับการคาดหวังในผลิตผลแห่งงานนางานไร่ จากหยาดเหงื่อที่เปียกชุ่ม สองมือชาวนาปลูกต้นข้าวกับมือท่านแท้ๆผู้เขียนกราบในบุญคุณผู้ปลูกข้าวเลี้ยงปากท้อง วันนี้ขณะที่เพลงชาวนาบรรเลงอยู่ตามท้องทุ่งอันอุดมในแต่ละภูมิภาค --- เพลงของหมู่ชนอีกกลุ่มที่เรียกตัวหมู่คณะท่านว่า “ กลุ่มพันธมิตร – กู้ชาติ ” ก็กำลังร่วมกันกู่ตะโกนแกมก่นด่า ............... โห่ ……. ซีว้า า า ........... เอ๊าวววววว โห่ ซีเว๊ยยย ……….โห่ ซีเว๊ยยย เอ๊าววววววโห่ ……. ซีว้า า า อยู่อีงอลถึงวันนี้ สิริรวมเวลา 27 วัน 26 คืน --- เวทีที่ตั้งอยู่ย่านสะพานมัฆวานรังสรรค์ ต่อกับราชดำเนินเท่าที่ดูในทีวีคนแน่นตรึม ........ ! นิยามความหมายบนเวทีที่ชาวพันธมิตรบอกกล่าวสู่กันและกันว่าที่แห่งนี้คือ “ มหาวิทยาลัยราชดำเนิน ” บ่ายโมงวันนี้ทุบหม้อข้าวหม้อแกงบุกยึดทำเนียบรัฐบาล นั่นคือข้อตกลงคำประกาศของชาวมหาวิทยาลัยราชดำเนิน

11.50 น.
-----“ พี่น้องคะ ----- พี่น้องเรามาถึงลำตะคองถูกดักกักไว้ เลยพากันนั่งขวางถนนมิตรภาพไว้แล้วค่ะ ........ !---ครับ อีกส่วนอยู่บนสะพานลอยยมราชป้ายบอกทางลงถูกหันทิศเปลี่ยนมุม ทำให้หลงทางไปแล่ววว ครับ ......... อีกส่วนนะคะเว็ปไซต์ของเราโดนบล็อกใช้งานไม่ได้แล้วค่ะ ......... เอ๊าวววววววว โห่ หน่อยยยย ค๊า า า า า ............ โห่ ให้กับพวกบุคคลที่บล็อคพวกเรา ค๊า า า า --โห่ ห ห ................ ”
-----“ ครับ อย่างที่บอกท่านผู้ชมไว้แล้วนะครับว่าทางสถานีเราจะมีการถ่ายทอดสัญญาณให้ท่านได้ชมกันโดยตลอดนะครับ ในทุกรายการเราจะมีช่องเล็กๆถ่ายทอดสัญญาณให้ได้ชมกันตลอดครับ ”

วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 19, 2008

เดี่ยว ๆ ( One man )

19 มิถุนายน 2551
09.20 น.
ปวดหัวแทนพี่น้องผู้ครุ่นคิด และหมกมุ่นอยู่บริเวณเขตสะพานมัฆวานรังสรรค์กรุงเทพฯ ท่านเล่นปักหลักตั้งเต็นท์อยู่โยงกันยาวนานวันเลย---มีหลากหลายวัยอายุ สุขภาพร่างกายทั้งแดดทั้งฝนแต่ละวันแปรเปลี่ยนอยู่เรื่อยต้องระมัดระวังใส่ใจดูแลกันให้ดีนาครับ งานเดินกระบวนที่เร่งร้อนเข้มข้น เฉพาะหมู่กลุ่มท่านที่พากันอพยพมาจากต่างจังหวัดปักเต็นท์ปักกลดนอนตามถนนรนแคมระแวกนั้น ลำบากกายโดยแท้พี่เอ๋ยน้องเอ๋ย งานบนเวทีของฝ่ายเดินกระบวนก็เผ็ดร้อนดุเดือดยิ่งนัก ถึงตานี้อาจจะมีคนย้อนแย้งมาว่าแล้วสูล่ะเลือกฝ่ายไหน ? ........ น๊านนนนน !? บอกแล้วท่านเหยยพี่เอ๋ยน้องเอ๋ยระยะเวลานี้กับสถานะทางการเมืองของประเทศไทย มันสมรม ----มันบีบรัด----คัดแยกให้ความเป็นพลเมืองแห่งประเทศนี้ต้องถูกคาดคั้น --- เล็งคะเนนับให้เลือกฝ่ายอยู่ ---- เลือกฝ่ายนิยม !
----- “โง่ ......... มันเป็นคนโง่เป็นพวกไม่รู้ร้อนรู้หนาว --- ไอ้คนหน้าโง่!”
----- นั่นแหละเป็นข้อหาของหมู่เหล่าผู้กำลังเขม็งเกลียว ก่นด่าแช่งชักงัดง้างกัน “ โง่..... ! ” คือเสียงสบถด่าต่อกันและกันยัง.........ยังไม่พอแถมด่ามายังสูท่านโอ๊ะ กราบอภัยท่านที่อ่านมาถึงวรรคนี้ด้วยขอรับ ---- ด่ามายังใครก็ตามที่จะไม่ยอมเข้าพวกเข้าฝ่าย เพราะเหตุสถานการณ์มันออกไปทำนองทางนั้น

11.38 น.
มาแย๊วววววว ............ ลูกนกปรอดเขียวสองตัวแดงๆ ตาโปนๆที่กิ่งย้อยต้นมะม่วงโน้มต่ำลงมาจะเรี่ยดินอยู่น่ะ แม่มานท่าจะคำนวณพลาดไป..... ! เวลาฝนเทลงกิ่งก้านมัน โอนนน อ่อนค้อมต่ำลงหลบซ่อนอยู่ใต้ใบบังสาดฝอยฝนนั่นต่ำเตี้ยลง ----- แล้วบ้านนี้ก็มีหมาติดคุกมันเขี้ยวในอาณาบริเวณบ้านที่ออกไปไหนมาไหนไม่ได้อยู่ตั้งสามตัว ......... ! ----- อย่าพานพลาดพากันหล่นตุ๊บมาทีเดียวนา ลูกนกเอ๋ยลงกระเพาะหมาๆแน่ๆ ฝนสาดซัดเทลงโปรยปรายยย ----- ตูข้าไปด้อมๆมองๆ อยู่ใกล้กิ่งใบเอออ....... ยังอยู่ดีสองตัวพากันนอนหมอบหัวซุกหัว ------ อยูในรวงรังเปียกๆนี่ ----- ซักๆผ้าที่แช่กองไว้ในกาละมังนั่นแต่มะวานเรียบร้อยตากมันเลยท่ามกลางปรอยฝอยฝน ผ้าเราแต่ละตัวทน ----- อย่างทนทานเหมือนเจ้าของผู้สวมใส่มันแหละทนแดดทนฝน เหออ ๆ

วันพุธ, มิถุนายน 18, 2008

มา ............ แย๊ววววววววว ( come back )

27 เมษายน 51

06.17 น.

เรื่องเชิญทำบุญสำหรับคนโลกย์ๆหลายคนเข้าใจเพียงแค่นำเงินไปให้วัด ให้พระ แต่เรื่องการทำบุญในทางศาสนาพุทธสำหรับศาสนิกชนผู้สนใจอยากทำบ้าง ได้มีบัญญัติแนะนำเอาไว้ให้ทราบให้รู้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นลายลักษณ์อักษรในพระไตรปิฎกอยู่แล้วเรื่องการทำบุญต่อไปนี้ผู้เขียนบันทึก ยกมาจากเว็ป ธรรมะไทย http://www.dhammathai.org/store/sasana2/page1.php มีรายละเอียดสำหรับผู้สนใจในบุญดังต่อไปนี้ : -

คำว่า "บุญ" แปลว่า ความสุข ความดี ความสะอาด ความผ่องแผ้วแห่งจิต
คำว่า "การทำบุญ" หมายถึง การทำกิจใดๆ เพื่อให้ได้บุญ คือ เพื่อให้ได้ความสุขกายสบายใจ
กิจที่ทำนั้นต้องเป็นประโยชน์ต่อตนเอง และผู้อื่น โดยถูกทำนองคลองธรรม สำหรับคำว่า "การ
บำเพ็ญบุญ
" มีความหมายเช่นเดียวกับ "การทำบุญ"

วิธีการทำบุญ เพื่อจะให้ได้บุญนั้น มีอยู่ ๓ วิธี โดยจำแนกตามจิต รวมเรียกว่า "บุญกิริยาวัตถุ
๓ อย่าง
" คือ

๑. ทานมัย วิธีการทำบุญด้วยการบริจาคทาน เป็นเรื่องของจิตเกี่ยวเนื่องกับสิ่งของที่จะทำทาน
มีหน้าที่กำจัดกิเลสอย่างหยาบคือความโลภได้ ผู้ที่ได้บุญจากทานมัยย่อมเป็นคนกว้างขวาง เป็น
ที่รักและเคารพของปวงชน สมานไมตรีกันไว้ได้ทุกชั้น ทั้งยึดถือประโยชน์ของคนที่มีทรัพย์ได้
ด้วย เราจำแนกทานออกเป็น ๒ อย่างคือ

๑.๑ อามิสทาน เป็นการสละทรัพย์ของตนแก่คนทั้งหลาย ด้วยอัธยาศัยเมตตาเผื่อแผ่ เช่น ถวาย
ทานแด่พระภิกษุสามเณร คนชรา ขอทาน ผู้ตกยาก เป็นต้น

๑.๒ ธรรมทาน เป็นการแนะนำสั่งสอนชี้แจงให้ผู้อื่นรู้จักบาปบุญคุณโทษ ให้วิชาความรู้ ดัง
พุทธภาษิตที่ว่า "สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ" แปลว่า การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้
ทั้งปวง

๒. สีลมัย วิธีการทำบุญด้วยการรักษาศีล เป็นเรื่องของจิตเกี่ยวเนื่องกับกายวาจา สีลมัยมีหน้าที่
กำจัดกิเลสอย่างกลาง คือความโกรธได้ ผู้ที่ได้บุญจากสีลมัยย่อมเป็นที่รักและเคารพของชนทั้ง
หลาย หมดความรังเกียจซึ่งกันและกัน ทั้งทำให้เป็นคนองอาจด้วย สีลมัยจำแนกเป็น

๒.๑ ศีล ๕ สำหรับสามัญชนทั่วไป
๒.๒ ศีล ๘ หรือ อุโบสถศีล สำหรับอุบาสกอุบาสิกา
๒.๓ ศีล ๑๐ สำหรับสามเณร
๒.๔ ศีล ๒๒๗ สำหรับพระภิกษุ

ปกติคนที่ถูกโทสะครอบงำจิตย่อมจะเดือดร้อนใจ มักจะเสียความประพฤติทางกาย และ
วาจา จำต้องรักษาศีลควบคุมกายวาจาให้สงบ ตลอดจนคลุมจิตใจให้เป็นปกติหายโทสะ จิตจึง
จะเป็นบุญ

๓. ภาวนามัย วีธีการทำบุญด้วยการภาวนา เป็นเรื่องของจิตอย่างเดียว ผู้ที่ได้บุญจากการ
ภาวนามัย ย่อมเป็นคนหนักแน่นมั่นคง แม้กระทบกระทั่งอารมณ์ใดๆ ย่อมจะไม่หวั่นไหวไปตาม
อารมณ์นั้นๆ การภาวนา เป็นการอบรมจิตใจให้ตั้งมั่นอยู่ในความดีและให้ฉลาด สำหรับคนทั่ว
ไป ได้แก่ การศึกษาเล่าเรียน หมั่นฟัง หมั่นคิด หมั่นท่องบ่นหลักวิชาการต่างๆ หมั่นสนทนากับ
ท่านผู้รู้จนเกิดความฉลาด การภาวนาที่ละเอียดมากขึ้น ได้แก่

๓.๑ สมถภาวนา (สมถกัมมัฏฐาน) คือการทำจิตให้อยู่ในอารมณ์เดียว ด้วยการสำรวม ความ
ระวัง และตั้งใจ

๓.๒ วิปัสสนาภาวนา (วิปัสสนากัมมัฏฐาน) คือใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นแจ้งในสังขารธรรม
ทั้งปวง ด้วยความฝึกฝน ความทรมาน ความดัดสันดานและด้วยความข่มใจ

ภาวนามัยเป็นข้อสำคัญที่สุดในบุญกิริยาทั้งหลาย เพราะยึดบุญกิริยานั้นๆ ให้คงอยู่ได้ด้วย
แกนเหล็กที่ตั้งอยู่ ณ ภายในทำของที่หุ้มอยู่ ณ ภายนอกให้มั่นคงฉะนั้น อันความงามความดีที่
จะเป็นผล ซึ่งบุคคลที่ประพฤติให้ปรากฏออกภายนอกด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ต้องมีภาวนา
เป็นสารอยู่ภายใน ย่อมเป็นไปดังสุคนธชาติ เป็นต้นว่า เนื้อไม้ที่อบไว้เป็นอันดี เพราะเหตุนั้น
กุศลราศีที่บุคคลทำให้มีขึ้นโดยสนิทใจ ได้ชื่อว่าภาวนาเพราะใจความว่าเป็นเครื่องอบรมกุศล
ให้มีขึ้นในสันดาน

30 เมษายน 2551

06.46 น.

ซักผ้าแย่วววววว ผงซักผ้า ก้อประหยัดเอา ประหยัดมือประหยัดแรง ด้วยการเหยียบ ........... เหยียบๆช่วยมือขยี้เน๊อะเหอออๆ สะอาดแหละซักผ้าโบราณเนี่ยะ เนื้อผ้าทนทาน นานเน แต่ไอ้เจ้ากุงเกงยีนส์(ผ้าชาวนา)นี่มาน เนื้อแข็งเป็กส์ ....... จริง จริ๊ง!เหยียบๆมันให้ฉ่ำและ

12.00 น.

ทีพีบีเอสบอก ราคาน้ำตาลทรายปรับขึ้นราคา โลละ 5 บาทแล่วว วันนี้ หลังจากที่มะวานมีมติจากที่ประชุม ครม.ให้ขึ้นราคาได้ มีเรื่อง ซ่อน อำพราง อยุ่ในระบบการปลูก โรงงานผลิตกลุ่มคน รัฐบาล งานขายเรื่องน้ำตาลมากมาย ทำให้มีการนำข้อมูลมาแฉกันให้ทราบว่าระบบ ประกันราคา ประกันและประกันโดยรับบาลนั้นมีผลต่อความเป็นจริงต่อระบบราคาน้ำตาลในตลาดโลกอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยข้อมูลรวมๆแล้วเท่าที่สดับมา ราคาน้ำตาลในประเทศคนซื้อต้องซื้อแพง แต่ส่งออกกลับขายถูก ........... ต้องส่งออกในราคาถูกกว่าที่พลเมืองในประเทศซื้อรับประทานแหล่งข่าว(ฝ่ายที่นำมาแฉ)บอกมันเป็นมาแบบนี้ ตั้งแต่เริ่มมีระบบการผลิตน้ำตาลเป็นล่ำเป็นสันในประเทศนี้เป้นมาแบบนี้ตลอด เหตุเพราะที่เขาขายน้ำตาลกันทั่วๆไปในตลาดโลกนั้นราคาถูกกว่าประเทศนี้ขายเสมอ คงจะด้วย .............. อะไรต่อมิอะไรก็ช่วยกันสันนิษฐานเอาก็แล้วกันท่านผู้มีวิจารณญาณที่เคารพ ............. บางเสียงบอกเรื่องน้ำตาลเป็นเรื่องของกลุ่มงานการเมืองที่ชัดเจนอย่างหนึ่งในประเทศนี้ !

18 มิถุนายน 2551

06.20 น.

ลืมไปเลย พักร้อนยาวไปหน่อย แต่ก็วนเวียนเข้าๆ ออกๆ นอกในหน้าบ้านหลังนี้ไม่หนีไปไหนหรอก เพียงแต่ไม่ได้เปิดตุ่ม เปิดไหเปิดถ้วยโถโอชาม ในบ้านหลังนี้เลย ............... ! แบบไม่ได้แตะต้องใดๆให้ชอกช้ำผิดที่ผิดทางแหละ มันอยู่ยังไงก็อยู่แบบนั้นเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง พอเสร็จจากกิจพักร้อนส่วนตัวแล้วจริงๆก็ถึงได้มาเปิดเหย้าเปิดเรือนให้ท่านแฟนานุแฟน ทั้งหลายที่เคารพรักยิ่งได้เข้ามาทักทายโอภาปราศรัยกันต่อได้

เช้านี้ตื่นขึ้นมาก๊ะความกระฉับกระเฉงแหละ ท่านผู้อ่านอย่าให้โรคภัยไข้เจ็บเข้าเบียดเบียนแทรก แซงได้นา การใส่ใจต่อสุขภาพโดยรวมอันเป็นการไม่ลำบากที่จะทำได้เฉพาะตนเฉพาะตัวนั้นพึงลงมือทำเป็นอย่างยิ่งในแต่ละผู้คน เป็รต้นว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องออก เท่าที่สภาพเราจะรับไหว การรับประทานอาหารที่ปลอดเคมี หนักไปทางฟืชผัก(สำหรับผู้สามสิบปีขึ้นไป) ไม่หวานไม่เค็มน้ำมันสำหรับทอดผัดจากสัตว์หลีกเว้น และสำคัญงดมื้อเย็นไปเลย เหออ ๆเหล่านี้ควรทำนะ และทำให้เป็นกิจประจำชีวิตไปเลยน้ำเปล่าๆ น้ำในอุณหภูมิปรกตินี่แหละดื่มบ่อยๆดื่มเรื่อยๆในแต่ละช่วงเวลาขณะทำงาน ก็ดีนะเท่าที่ผู้เขียนประพฤติปฏิบัติเป็นลำดับมาตลอดเนี่ยะ คือร่างกายแจ่มใสปราดเปรียวน่ะแหละไม่มีไรผิดสังเกตเกิดขึ้นให้กังวลใจ อีกอย่างท่านผู้ใดที่มีเวลาหุงข้าว นึ่งข้าวกล้อง รับประทานเองนั่นประเสริฐต่อกายเป็นเลิศแท้ขอยืนยันต่อเพื่อนชีวิตมา ณ ที่นี้

-----และที่สำคัญอาหารที่กินเข้าไปทุกวันนี้ต้องเลือก โดยเฉพาะผักผลไม้ในประเทศไทยเราเวลานี้ เป็นเรื่องที่น่ากลัวเอามากๆเหตุมาจากการใช้สารเคมีเข้มข้น มีพิษอย่างแรงต่อการดูแลผักผลไม้เกษตรกรใช้เพื่อป้องกันศัตรูพืชอย่างเข้ม แรง ….. ! เกษตรกรใช้เคมีเข้มข้นเพื่อให้ผักผลไม้สวยงาม แล้วเก็บส่งตลาดสู่ปากผู้บริโภค แล้วการใช้เคมีในประเทศนี้ใครใคร่ใช้ก็เชิญตามสะดวก ใช้ได้ตามอัธยาศัย ลูกเด็กเล็กแดง เฒ่าชะแร แก่ชรา ท่านผู้ใดอยากเทผสมหนักเบา แก่อ่อน อย่างใดก็เชิญจะพ่นจะฉีด หรือไม่หนำใจจะเทราดก็ตามบริดวกท่านแฮ ผลแห่งพิษร้ายจากเคมีอันกระจุยกระจายดาษดื่น เกลื่อนแผ่นดินนี้ ก็ได้เห็นผลกันแล้ว ทางตับ มะเร็ง แผลเปื่อย ผุพอง เด็กพิกลพิการไม่สมบูรณ์ มีให้พบเห็นเจอะเจอกัน ทุกหมู่บ้านในประเทศไทย ไม่ว่าจะโดยตรงที่เกิดขึ้นกับตัวผู้ฉีดพ่นเคมีร้าย และหมู่เหล่าพลเมืองทั้งหลายของทั้งประเทศ ...... อ๊ะ อย่างหวังว่าท่านจะปฏิเสธ ป่าววว ..... ! เรามะเกี่ยวเชียวนา ท่าน เหยยย เพราะท่านได้กิน กลืน มันลงท้องไปแล่ววว เมื่อตั่งกี๊ อ่ะ

-----แล้วเมื่อไหร่ ประเทศไทย จึงจะตระหนักรู้กันหนอว่า ที่กินๆ กันอยู่นี่มันของร้ายฆ่าเผ่าพงศ์พันธุ์เชื้อเรา พี่เหยย น้อง เหยยย ........ ตื่นเถิดชาวไทย

08.22 น.

ฝนฟ้าก็ท่าจะตกกระหน่ำอีกแล้ว เสื้อผ้าแช่อยุ่ในกาละมังนั่น ให้มันหมักกับน้ำเปล่าๆไปซักพักก่อน แต่ก็ไม่รู้จะแห้งเมื่อใดดูท่าฟ้าฝนแบบนี้ มันจะหล่นลงมาเดี๋ยวนี้แล้ว เออออ น่อ? แช่ไว้ก่อนแหละฝากกาละมังเอาไว้ เวลานี้ประเทศเรามีความบาดหมางขัดแย้งกัน แบบเขม็งเกลียวเป็นอย่างยิ่ง ทางด้านความคิดในหมู่ชนของประเทศเวลานี้หากเอาการเมืองไปจับแล้วแบ่งออกเป็นสองฝ่ายแข็งขัน คือฝ่ายขับไล่รัฐบาลที่นำโดยกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย เวลานี้ตั้งเวทีกองขบวนหมู่เหล่าอยู่ที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์จัดรายการแบบไฮด์ปาร์คบนเวทีสดขับไล่ก่นด่ารัฐบาลที่นำโดยท่านนายกสมัคร สุนทรเวชว่าเป็นร่างทรง(นอมินี)ของพรรคไทยรักไทยแห่งอดีตท่านทักษิณ ชินวัตรอย่างสุดๆด้วยภาษาคำหยาบ แต่ละรัฐมนตรี แต่ละคนในคณะรัฐบาล บางท่านบางคนจากองค์กรอิสระถูกหยิบยกอ้างเอ่ยชื่อมา สับถล่มอย่างสุดๆ เป็นเวทีที่หมู่ชนได้แสดงออกถึงความไม่ชอบคนแบบเต็มร้อยทีเดียว นั่นคือฝ่ายหนึ่ง กับอีกฝ่ายหนึ่งคือฝ่ายเห็นด้วยกับรัฐบาล บนเงื่อนไขเหตุผลที่ต่างฝ่ายต่างอ้างอิงเอาไว้เป็นชุดๆ วันนี้ขณะเขียนบันทึกอยู่นี่มีความตึงเครียดกันอย่างไม่บรรเทาเบาบางแต่อย่างใด

19.35 น.
โทรทัศน์ไทยพีบีเอส นำเสนอสกู๊ปข่าวเรื่องการให้เงินทุนสนับสนุนแก่กลุ่มกิจกรรมนักศึกษา ออกค่ายตามสถาบันการศึกษาต่างๆ และก็มีกลุ่มนักศึกษาอีกกลุ่มพากันไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้ฝ่ายการเมืองที่รับผิดชอบงานการศึกษาของชาติให้ช่วยเฝ้าระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ เห็นว่ามีม๊อตโต้ให้แก่กลุ่มกิจกรรมนักศึกษาว่า “ ดื่มอย่างมีสติ ” น๊านนนนน ..... ! ท่าจะมาววว ...... ไปแล่วว ป่านนี้น้องๆหลานๆ ตูก็แหมมาถามเฮียนี่ดิ๊น้องๆเอ๋ยยยยย ... ฮื๊ยยยยยย( สะบัดๆหัว ) นี่ยาง มาววววว มะหายเลยอ่ะเป็นมึนๆอยู่ในขมองนิ ก็มะกี่วันมานี่ผู้เขียนไปงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์เกี่ยวแก่ฟุตบอลยูโร 2008 น่ะดิ๊โดยมีผลิตภัณฑ์ของเมาสนับสนุนด้วยส่วนหนึ่งแล้วทางเจ้าภาพก็ตั้งบูธเครื่องดื่มแช่เย็นเจี๊ยบนั่นตั้งวางเรียงรายไว้ให้แขกเหรื่อผู้ไปร่วมงานเชิญดื่มตามแก่ความอยากดื่มของแต่ละท่านเต็มที่ไม่อั้น .......... !โอ๊ววววว เป็นไงหนอน้องๆตูข้าตอนนี้ มานจะอ่านข้อเขียนของรุ่นพี่ออกป่ะเนี่ยะ อ้ายน้องเอ๊ยยยย ........ ลืมตาๆอย่าเพิ่งมาวววว ตื่นๆโฮ๊วววววววว พี่ก้อมาววว ......... น้องก้อออ ม๋าวววว โฮ๊ะ !

วันเสาร์, มีนาคม 1, 2008

คนขยัน / ( Trojan )

1 มีนาคม 2551

1930 น.
เฮอะ ..... เหอออ ๆ ........ ไอ้ไรกันวู๊ยยยยเจ้าหมอนั่นเล่นพ่นๆ ......... พ่นแล้วก็พ่นตามเนื้อตัว พลันที่น้องหนูนางนั้นเดินสะพายกระเป๋าย่องแย่งเฉียดเข้าใกล้ เจ้าหมอนั่น อีน้องคนงามก็พลันชะลูดเนื้อตัวโน้มวูบเอียงอวยล้มตัวเข้าซบอกไหล่ เจ้าพระเอกโดยพลัน! โฮ๊วววเด็ดขาดจริงจริ๊งอี้ห้อนั้นน้ำหอมหรือน้ำเสน่ห์วิเศษ แต่น่ากลัวขืนบุรุษชาติอาชาไนยชายไทยลาวเขมรใช้กันดาษดื่น เอาละเสร็จแน่ได้พยาบาลสาวนางน้องกันให้วุ่นแหละตามถนนรนแคม ตรอก ซอกและซอย แม่หญิงเราเป็นล้มกันแบบยืนไม่อยู่ระเนระนาดแหละ โปรดระวังลูก-หลานหญิงเราจะล้มเสียท่ามัน !

-----อยู่ในห้องหับทำงานของตัวเองนี่แหละ พากเพียรอ่านเขียนก.ไก่ ก.กาตามประสาคนไม่รู้อะไร อ่านเขียนเรียนรู้ไปลูกเอ๊ย มีอะไรที่กว้างใหญ่มหาศาลอย่างอเนกอนันต์สุดคณนาให้คิดค้นเรียนรู้อีกมากตายแล้วเกิด เกิดแล้วตายเจ้าอย่าถดถอย สารพัดรายวันในสิ่งที่ประเดประดังเข้าสู่คลังสมองแห่งเจ้าจำแนกคัดกรอง สังเคราะห์ วิเคราะห์ จัดหมวดหมู่เป็นลำดับ ..... แล้วเจ้าจะเห็นผลทำไปเหอะเป็นคนให้มีแก่นสารอันเป็นจำเพาะ อันเป็นเอกลักษณ์

-----ที่โรงพยาบาล
“ ....... บางส่วนจะชาน่ะค่ะ น้ำตาเขาจะไหลต่อหน้าเราค่ะ ”

เสียงของผู้เป็นภรรยา
“ ขณะนั้นผมเป็นห่วงแต่ครอบครัวน่ะ มันจะเกี่ยวก๊ะชีวิตเราไหม๊ .......? ก็ให้นึกถึงแต่พระเจ้าอธิษฐานขอพระองค์ขอผมดูแลครอบครัวผมให้ดีก่อนผมเป็นห่วงครอบครัวครับ ”
คุณมานัสผู้เป็นหัวหน้าครอบครัว บอกเล่าขณะตัวเขาอยู่ในสภาพนิ่งทุกส่วนขยับเคลื่อนไหวใดๆไม่ได้บนเตียงที่มีภรรยาคู่ชีวิตนั่งดูแลอยู่ชิดใกล้
“ จิตใจลึกๆของผมน่ะครับ ........... ขณะผมเป็นอยู่แบบนั้นผมเฝ้าแต่อธิษฐานอยู่ตลอดเวลาถึงพระเจ้า ผมอธิษฐานทูลขอพระพร ขอการรักษาอันดีเลิศจากพระองค์... ”
กับลักษณะท่วงท่าของคุณมานัส ที่ก่อนหน้านี้เขาถูกยกเป็นท่อนไม้พลิกซ้ายขวาบนเตียงผู้ป่วย รพ.วันนี้เขาดูเป็นคนที่มีชีวิตชีวา เดินพูดสื่อสารได้ใกล้เคียงคนปรกติ

........ มั่นใจต่อพระเจ้าเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะว่าเราคือลูกของพระเจ้า พระเจ้าจะไม่ทอดทิ้งเรา
-----คืนนั้นที่ รพ.เป็นคืนที่บ่งเป็นบ่งตายต่อชีวิตของหัวหน้าครอบครัวผู้นี้เขาถูกแพทย์ผู้นำคำวินิจฉัยของคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาแจ้งให้ภรรยาเขาทราบ และให้รอผลจากการที่จะใช้ขบวนวิธีทางการรักษาเพียงรุ่งเช้าวันใหม่ จะได้ทราบกันว่าหนึ่งคือเขากลับฟื้นดีขึ้น และหนึ่งเขาจะเป็นเจ้าชายนิทราไปตลอดชีวิตน้ำตาเมียและญาติๆซึมไหลอาวรณ์ เขาผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ขยันขันแข็งนำพาผู้เป็นเมียทำมาหากินเปิดร้านค้าขายกับข้าวอาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณอร่อย แต่ละวันญาติมิตรเพื่อนฝูงลูกค้ากล่าวขวัญทักถามเย้าหยอกกันกันอบอุ่นในย่านตำบลแห่งชุมชนเขา

แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ณ์ขึ้นก๊ะคนทำมาหากินอย่างเขาจนได้ ที่เขาเคยเปรยๆก๊ะเมียบอกเป็นมึนๆสั่งให้มันเร็วๆไม่ได้ดั่งใจตามมือเท้าแขนขาหัวไหล่ “มันไม่ขยับเอาดื้อๆอ่ะดูดิ๊ ! ? ”เขาหน้าถอดสีเมื่อมันช็อคกระตุกเกิดเป็นขึ้นมาเอาดื้อๆขณะกุลีกุจอทำงานหน้าร้านกับข้าวต่อหน้าเมียลูกค้าในร้าน คำหมอบอกต้องอธิษฐานร่วมกันนะอะไรต่อมิอะไรมันต้อง ....... น่าจะดีขึ้นน่ะหัวรุ่งวันใหม่รู้กันล่ะ
-----คืนนั้นข่าวของพ่อค้าคนขยันขันแข็งผู้กลายเป็นเพียงท่อนไม้ทื่อๆบนเตียงหมอ ได้แพร่สะพัดไปยังหมู่เพื่อนพ้องญาติมิตรมวลศาสนิกแห่งคริสตจักรประจำชุมชน ได้ร่วมกันอธิษฐานวอนต่อพระเจ้าตลอดคืน ขณะมานัสตั้งมั่นพร่ำวอนต่อพระองค์อย่างแน่วแน่
“ รุ่งเช้าหมอบอกอาการเส้นเลือดก้านสมองแตกอย่างผมรอดอยากเท่าที่เป็นๆกันมานี่ ผมนับว่าสุดจะโชคดีครับ ”
อัศจรรย์โดยแท้ที่เขารอดคืนนั้นมาได้ คืนที่หมอเองก็ค้างคาคำพูดกับผู้เป็นเมียเขาอย่างติดขัด
ผมจะบอกให้ครับ เราคือลูกของพระเจ้า พระเจ้าจะไม่ทอดทิ้งเรา
-----สิ่งอัศจรรย์อันเป็นจำเพาะนี้ เกิดขึ้นแล้วกับหัวหน้าครอบครัวคนขยัน
พระเจ้าทรงแบกรับความเจ็บไข้ของพวกเราไว้พระองค์บอกไว้ว่าจะทรงช่วยเหลือเราในยามยากลำบากทุกสถานการณ์
-----ที่หัวทุ่งนาชายตีนเขามีควันธูปลอยฟุ้งตรลบ เทียนไขจุดรายเรียงถัดเข้าไปในถาดเครื่องเซ่นสรวงมีไก่ต้มหัวหมูเหล้าตองคำเมี่ยงคำหมากพลูบุหรี่ขี้โยจัดวางไว้ต่อหน้าศาลปู่หลุบผู้เทพแห่งขุนเขาผาจ๊างมูบผู้ครอบครองปกปักรักษาสรรพชีวิตในโขงเขตย่านเบื้องบน แลเบื้องล่าง แคว้นเขตนี้โดยทั้งมวลปู่หลุบท่านผู้ดูแลทุกสรรพสิ่ง
น้องสาวแลญาตมิตรของพ่อค้าคนขยันพากันท่องบ่นบทสรรเสริญปู่หลุบผู้ทรงอานุภาพคุ้มภัยอย่างตั้งใจ

-----ที่โรงพยาบาลผู้ป่วยยังคงต้องพักฟื้นอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไปซักระยะหนึ่งก่อน.

วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 29, 2008

สังกะสี วิลล่า / ( Villa )




Photo by Internet

29 กุมภาพันธ์ 2551

1020 น.
ฝนดอกมะม่วง ฝนดอกงิ้วเทลงมาสองยกแล้ว แต่เช้าโด๊ะตกลงมาสั้นๆและก็เพิ่งหยุดไปเมื่อตั่งกี๊แต่สภาพอบอ้าวก็ยังไม่หายเหนียวตัวหนึบ พ่อค้าขายกาแฟโบราณปักหัวรถเข็นเข้าแอบใต้ร่มเงาต้นหางนกยูง----ตัวผู้ขายกาแฟหลบเข้านั่งในเพิงหลังคาขายกับข้าวข้างถนน ใต้เพิงร้านลูกค้าในฟอร์มเสื้อยืดน้ำเงินนั่งอยู่เป็นกลุ่มตามหมู่โต๊ะที่ต่อเรียงกันขึ้นมาง่ายๆแต่ละคนใส่หมวกเหลืองจับกลุ่มพูดคุยกันให้แซ๊วววไป ในหมู่ผู้ใส่หมวกเหลืองชาย-หญิงจะมีมาจากทั่วทุกภาคทุกทางของประเทศ

ในร้านขายกับข้าวสำหรับชาวเสื้อยืดสีน้ำเงิน----ตั้งทีวีจอยักษ์ไว้ให้ลูกค้าดู
“ ให่มันมีซักปลา ...... ซักตั๋วเด้อมึงกูสิมีปลากินบ่-อึด บ่-อยาก ”
คำรำพันจากหนุ่มแรงงานต่อข่าวปลาซักเกอร์ปลาดูดปลาเทศบาลระบาดเติบโตซุ่มเงียบอยู่ใต้พื้นบ่อแอ่งน้ำทั่วไปตามแหล่งน้ำในประเทศ
“ แต้ก่า--ปี้หนาน หื้ออ มันเกิดมานักๆน่อ---เฮาจะมีปลากินสมบูรณ์---น่อ ”
หมู่คนหมวกเหลืองนี่โดยส่วนใหญ่กว่าพวกแล้ว จะมาจากทางอีสานก๊ะเหนือ
“ แม่มึง ยะจะได๋ ? .......วันพุ้กก่อวันติ๊ด โฮ๊วววว----ก๋ำมะก๋านเลียงก่อจะใจ๋ด๋ำไป๋เน้อเฮาว่า วันสองวัน ผัดผ่อนกั๋น .........? ”
ลุงศรีมูลหนึ่งในหมู่หมวกเหลืองเปรยปรับทุกข์ก๊ะป้าจันฟองผู้เมีย กรณีมีเสียงเตือนมาจากประธานกองทุนผู้เลี้ยงหมูหลุมหมู่บ้านสันสะลี---ตำบลสันมะฮกดิน บอกจะตัดสิทธิ์สมาชิกภาพกลุ่มหมูหลุมครอบครัวลุงศรีมูลออกแล้ว ฐานหย่อนยานการชำระหนี้กองทุนล่าช้าเกินสี่งวดซ้อนๆกัน
“ จ้างมันเต๊อะพ่อมึงเหยยย ............ กรรมเฮาบ่หมดเตื้อ มันจะตัดก่อหื้อมันตัดเหีย ”
เหตุมาจากการส่งเงินไปชำระหนี้เงินยืมกองทุนหมูหลุมของครอบครัวนี้ล่าช้าไปในแต่ละงวดเวลา
-----สองคนผัวเมียตั้งแต่เลี้ยงหมูปุ๊ดทึนย่อยยับก็พากันแต่งถุงไถ้ถังข้าวสารเครื่องเสบียงกรังนั่งรถสองแถวสองชั้นจากเขตบ้านตีนดอยลงมาขายแรงงานก่อสร้างเพื่อหาเงินไปชำระหนี้ให้กองทุน แต่ก็เพราะ “ กรรมเฮามีพ่อมึง ! ” สองคนผัวเมียเลยต้องมาตะลอนขายกำลังแรงงานในเมือหลวงอย่างจำใจ
-----มันเป็นอะไรที่ประดังเข้าทับถมครอบครัวชนชั้นบ้านนอกผู้อยากมั่งมีเงินทองให้ลืมตาอ้าปากอันพอสุขสบายก๊ะชาวบ้านเขาบ้าง แต่เพราะกรรมมีโดยแท้ ยืมเงินเขามาทำทุนซื้อหมู่ป่าขนดำมาเลี้ยงหวังจะให้มันเกิดลูกออกหลานขายได้ราคางามอย่างเขาลือกัน แต่ดั๊นรำแกลบหัวอาหารแพงหูฉี่แถมสำคัญราคาที่ว่าจะขายได้งามๆ....... พอพ่อค้าหมูน้อยมาเจรจาซื้อหมูบอกหมูเป็นตัวได้โลละสามสิบบาท -----ขายไม่ขาย.... ?
ก็ต้องขายล่ะหนี้ดอกเบี้ยมันทับเข้า ถมเข้า หลังปิดเล้าปิดหลุมหมูลุงศรีก๊ะป้าจัน
ก็รีบพากันลงมาขายกำลังแรงงานโบกปูนแบกอิฐยังเมืองหลวงหาเงินชดใช้หนี้สินกองทุนท่าน
---เจ้ากรรม ! งานกรรมกรก็เป็นกรรมนักกรรมหนา สองเจ้าเถ้าแก่ผู้รับเหมางาน จะจ่ายเงินแต่ละทีเล่นโยนนน ............ โยกโย้อยู่นั่นแล้ว กว่าจะจ่ายเงินกันได้---กองทุนเงินยืมหมุ่บ้านก็ทวงแล้วทวงอีก -----เปลี่ยนไปอยู่ก๊ะเถ้าแก่ไหนก็พอกันเรื่องเงินค่าแรงเอาแน่นอนไม่ได้ ......... เฮ้ออออออ กรรมพ่อมึงเหยยย ในใจป้าจันฟองครุ่นคิดถึงเจ้าหูตูบหมาที่แกเอาไปฝากบ้านน้องสาวแกเลี้ยงไว้ ต้นไม้พืชผักไม้ยืนต้นในสวนครัวท่าจะเหี่ยวเฉารกเรื้อ ............ ?

“ ที่จังหวัดสระแก้ว แม่วัวชื่อบัวขาวตกลูกหนึ่งตัวแต่มีสองหัว ผู้คนย่านนั้นหลามไหลไปกราบไหว้บูชากันเป็นแถวค่ะ ......... ”
โฮ๊ะ .......... จะได๋เนี่ยะหา สองหัวพ่อมึง ?
สองน่ะมันก่อสองอยู่แล่ว หัวก่อเป๋นห้า บ่เป๋นห้าก่อเป็นหกละ
“ เอาละ 25 / 26 / 52 / 56 เสร็จกูแน่มึงเหยย..... งวดนี้ ! ”
เสียงของหมวกเหลืองบางคนกู่เสียงก้องขึ้นหน้าทีวี
เพียงเวลาข่าวต้นชั่วโมงเรื่องปลาต่างทวีปบุกแม่น้ำเมืองเราและงัวตกลูกประหลาดหน้าทีวีจบลงพลันแดดก็แจ่มสว่างวาบส่องลำแสงลงมาแทนฝอยเม็ดฝนทันที
“ แม่มึง .... แม่มึง บ่าดี๋อู้ไปหนา ห้องข้างๆเฮาน่ะเขาว่ามันเป๋นเพี้ยงด๋ำหนาแม่มึง ? ”
จุ๊ๆ กระซิบกัน ห้องอันเป็นเพิงสังกะสีที่ต่อขึ้นมาง่ายๆสำหรับพักหลับนอนของหมู่คนหมวกเหลือง ห้องนั้น ........... อยู่ติดกันกับห้องลุงศรีมูลป้าจันฟอง
“โฮ๊ะ ..... อู้อ่ะหยังบ่าอู้ปู่นี่ เฮากั๋วนะ ..... มาอู้แบบนี่ ยิ่งนอนบ่หลับอยู่ ! ”
“ เอ้า เร็วเข้า ........... เร็วลุยกันได้แล้ว ฝนหยุดแล้ว ”
พวกหมวกเหลืองพากันกรูเกรียวออกจากเพิงพักร้านขายกับข้าวเข้าไซด์งานกันอึงอลไป
“ โฮ๊ะ ตั๋วๆ ......... โฮ๊ะตายละ ! ! ”
ขณะชาวหมวกเหลืองกรูเกรียวกันเข้าไซด์งาน ตามคำสั่งการของหัวหน้างาน ทำเอาลุงศรีมูลอึ้งไป ได้แค่อ้ำอึ้งเท่านั้นพูดไรต่ออีกไม่ได้ ........ กลัวผู้เป็นเมียเสียใจ
ห้องเพิงพักสังกะสีวิลล่าที่แกพักหลับนอนน่ะ แกลืมล็อคกุญแจห้อง สำคัญในห้องเก็บหม้อหุงข้าวใบใหม่ที่ป้าจันฟองซื้อเงินผ่อนกับพ่อค้าเร่ จะเอาไปใช้ที่บ้านนอก
“ ซาธุ...... หันใจ๋กันบ้างเต๊อะพ่อเหยย .... แม่เหยย ”
ลุงศรีมูลประนมมือไหว้ข้างกรอบวงกบประตูบานใหญ่อธิษฐาน
ขออย่าให้หม้อใบใหม่ของเมียข้าหายเลย

ซาธุ .......... !

วันพุธ, กุมภาพันธ์ 27, 2008

ท่านประธานกลุ่ม / ( President )

26 กุมภาพันธ์ 2551


0730 น.

( ท่านประธานฯตอนที่ 1 )
3 กุมภาพันธ์ 2506
เวลาพักเที่ยง ร้าน“ล.เลิศรส”สุดหรูเป็นห้องแถวหมักแซมตัวอยู่ในท่ามกลางย่านร้านรวงที่นับได้ว่าผู้คนจอแจ
ซ้ายเป็นร้านตัดผมเจริญบาร์เบอร์ถัดไปเป็นร้านขายยาวังทองฟาร์มาซี
ขวาเป็นร้านสถิตยนต์ซ่อมรถมอ’ไซค์จักรยาน ถัดร้านซ่อมไปเป็นร้านโชห่วยขายมันทุกอย่างกระบองขี้ไต้น้ำมันก๊าดเทียนไขเครื่องเครางานมงคล – อมงคล
ผู้คนจะคลาคล่ำก็อีตอนสิ้นเดือนของครูตำรวจและกำนันผู้ใหญ่บ้านแหละในตัวอำเภอนี่
ในตัวอำเภอนับว่าเป็นที่ทันสมัยที่สุดมีไฟฟ้าใช้เวลาเช้ายันสามทุ่มห่างจากที่ทำการอำเภอออกไปสิบกิโลเมตรใผ๋ผู้ใดได้มีธุระเข้าเมืองอย่างนี้นับว่าไม่เบา ......... ไม่เบา !ต้องมีนัยยะซ่อนเร้นสำคัญทีเดียว

อ๋อ ด๊ายยยย เลยขอรับอาจารย์ ได้ๆ
อาเฮียผู้ปรุงสูตรตำรับพิเศษจัดแจงลงมือทันทีตามสั่ง
เสียงขลุก ขลัก .... ขลุก ขลัก ปุงๆดิ้นดันฝาละชีหม้อพักนึงแล้วเงียบไปอาเฮียชุนดุ้นฟืนไฟโชนขึ้นหม้อเดือดปุดปัด ๆ

“ เฮ๊ยยย กูจัดการส่งในนามกลุ่มเรียบร้อยแล้ว ”
ครูสมพรสอนพละศึกษา – กีฬาของโรงเรียนในชุดวอร์มกุงเกงขายาว เสื้อเชิ้ตแขนสั้นทำหน้าที่เป็นขุนนะรินเสริฟเหล้าเหลืองให้ครูใหญ่ผู้เป็นประธานกลุ่ม
พลันที่ครูกีฬาเทสุราลงโจกๆครึ่งค่อนแก้ว ผู้ประธานแห่งโต๊ะก็รวบมาสาดลงคอเอื๊อกๆ แล้วตามด้วยมะยมแลลูกตะลิงปิงดองเคี้ยวกร๊วบๆหน้าตาเฉย !
“ กูเซ็นต์กำกับไว้ให้แล้ว ... ส่งแล้วด้วย ”
“เห็นด้วยตามนี้” แล้วลงลายเซ็นต์นายอาวาส เงื้ออาจงามตำแหน่งประธานกลุ่มโรงเรียนตำบลโคกปูนขาว ตามหนังสือนำเรียนครูผู้เป็นประธานกลุ่มเซ็นต์ แล้วให้ครูฝ่ายประสานท่านหัวหน้าการฯอำเภอพิจารณาในลำดับต่อไป
“ ฮื๊ยย มึงใจเย็นได้ ”
ท่านผู้เป็นประธานกลุ่มอัดบุหรี่รวงทิพย์ เข้าปอดเต็มๆแล้วแหงะเงยห่อปากพ่นควันขาวงาม แห่งยากาแร๊ตให้พ่นพุ่งออกจากปอด สายตาหรี่เล็งจับพัดลมติดเพดานสี่ใบพัดที่หมุนอยู่กึง กึง .... กึงกึง
มาตรฐานจริง.......จริ๊งอำเภอเรา – มีพลังงานไฟฟ้าแรงสูงบริการสาธารณูปโภคในฝันแท้ๆ
เดือนก่อนท่านครูใหญ่ก๊ะครูกีฬายังได้ไปดูใกล้ๆเลยตอน อส.เหงี่ยมผู้เพื่อนก๊ะครูใหญ่ดึงหัวเครื่องมาเผา ......... เป็นเหล็กเท่าตาปูเก้ายาวซักฝ่ามือหมุนๆคลายเกลียวออกมาพันๆด้วยเศษผ้าจุ้มน้ำมันขี้โล๊แล้วจุดไฟเผาลุกซะวื้บ ......... วื้บ .. !ทำเอาสองครูน้อย-ใหญ่จากกลุ่มโรงเรียนตำบลแถบตีนภูเขาใจหายใจคว่ำกุลีกุจอจะหาน้ำหาไม้กวาดมาช่วยกันดับซะวายวุ่นไป
โฮ๊ะ ได้ไงเข้าอำเภอมาเดือนหนึ่งนานๆเข้ามาดูเครื่องยนต์ต้นพลังงานของตัวเมืองตัวอำเภอแท้ๆเต็มๆอย่างงี้ ได้ไงล่ะมาเจอไฟจะลุกไหม้ท่วมหัวเครื่องต้นกำเนิดไฟฟ้าของทั้งเมืองจังๆอย่างนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ โทษประหารเลยนา มึ๊ง !
“ อ๊ะ.... หยอ .... หยอไม่มีไรพวก เย๊น ”
แหนะไฟจะนำโทษประหารมาสู่เราบัดเดี๋ยวดูดู๊ อส.เหงี่ยมพวกกันมันทำใจเย็นโบกไม้โบกมือห้าม ซะยังงั๊น ?
“ อ๊ะ .......เครื่องสะลาเวียมันก้อพรรค์นี้แหละโว้ย ต้องเผาหัวมันให้แดง ก่อนสตาร์ท ”
ท่าน อส.เหงี่ยมผู้ใกล้ชิดปออาวุโส ทำงานเผาหัวเครื่องยนต์แบบนี้ทุกหัวรุ่งยามเช้าแหละ
“ ต้องเผา .... ไม่เผามันอืดไม่ทำงานหมอนี่ ”
“ ………………………………. ”
“ ………………………………. ”
โฮ๊วววว เชี่ยวชาญจริงเพื่อนตูดูมันทำซะหยั่งก๊ะเครื่องพรรค์นี้เป็นลูกไร่มันนิ ครูใหญ่ชอบใจงานประเภททันสมัยเครื่องยนต์กลไกอย่างนี้เอามากๆเข้าอำเภอที ได้พูดคุยก๊ะชิบเอ็นฯ(ตำแหน่งที่ท่านปออาวุโสใช้เรียก อส.เหงี่ยม) มันเป็นเหตุให้เป็นคนออโตเมติกซะไม่เบาล่ะเมื่อได้ใกล้ชิดกับคนคุมเครื่องเมดอินยูโกสลาเวียตัวนี้
และไอ้ที่หมุน .... หมุนอยู่ลื่มๆห้อยเพดานเหนือหัวนี่ก็มันแหละ ผลิตผลจากฝีไม้ลายมือ อส.เหงี่ยมผู้เก่งฉกรรจ์ สุดเต้ยจริงๆเพื่อนกัน
“ อ๊ะมาแล้ว ได้การครับเด็ดๆอย่างเต้ย ....เชิญครับ ”
ชามอ่างเซรามิคขนาดใหญ่ถูกยกมาวางลงบนโต๊ะไม้หนาเต๊อะต่อหน้าท่านครูใหญ่ – แลครูกีฬาผู้มาดูแลเลี้ยงดูปูเสื่อฐานว่าจะได้สองขั้นเงินเดือนจากผลการพิจารณาของท่านประธานกลุ่มตำบลเมื่อปีงบประมาณหน้ามาถึง ตอนนี้คือจีบทางผู้เป็นหัวเรือให้ทราบรหัสยนัยกันก่อนว่า ขอกันนะครับสองขั้นงานนี้ผมขอ เลยเป็นเหตุให้สองครูได้นั่งโซ๊ยกันในร้านหรูในเมืองทันสมัยใต้พัดลมปีกกว้างอันสง่าแห่งยุค
“ เฮ๊ยยย เถ้าแก่ลอโว๊ยเอาน้ำเซเว่นอัพ สองขวดโว๊ยไปฝากแม่มันหน่อยว่ะ ”
เข้าเมืองที ต้องมีของดีทันสมัยไปฝากกันอย่างนี้ล่ะ
“ อื้อหืออ ..... มันแซ่บแท้เด้อออ จัดจ้านอย่างที่สุดวู๊ยยยมันต้องอย่างงี้สิ ถึงรสถึงชาติแท้ ”
ขณะหยิบช้อนสังกะสีเคลือบเขียวยกซดต้มเปรตปลาไหลใบมะขามอ่อนจากชามใหญ่ ทำเอาท่านประธานกลุ่มพอ อกพอใจเป็นยิ่งนัก
“ อ่ะ ห๊า วู๊ยยย ...... !ได้แรงอกกูแท้ๆมึงเอ๋ย ”
ร้อนซะเหงื่อเม็ดผุดพรายเลย แรงเผ็ดจากเครื่องแกง -- เปรต!

-----เรื่องกินเหล้าเหลือง(เหล้าสี)นี่เป็นที่รู้ๆกันในแวดวงล่ะว่าท่านกินแบบ ตบตูด อย่างสง่างามด้วยมาตรฐานชั้นสูงแห่งแวดวงครูประธานกลุ่มด้วยกัน ท่านกินแบบนัมเบอร์วันอยู่แล้ว ใจเด็ดคอถึง ถึงไหนถึงกัน
-----ที่ถนนเวลาบ่ายคล้อยผู้คนในตลาดต่างพากันเก็บกวาดขยะหยักใย่ใบตองที่เกลื่อนปลิวระไปตามหน้าเรือนร้านรวง มีประกาศปิดไว้ที่ป้ายกระดานสอนนักเรียนหน้าศาลอำเภอถึงชาวห้องแถวโรงไม้อันเป็นเขตตลาด ให้ชาวบ้านร้านตลาดแต่ละครัวเรือนช่วยกันคนละไม้คนละมือเก็บกวาดเศษใบไม้ใบตองให้สะอาดดูดีเป็นผู้มีวัฒนธรรมอย่าลืมเราต้องมีวัฒนธรรม ลงชื่อนายพายัพ ท่าพระโตนายอำเภอผู้ประกาศ ตลาดอำเภอชนบท ในสายตาของชาวหมู่บ้านห่างออกไปสิบ ยิ่สิบกิโลมันคือเมืองอันศิวิไลย์เย็นลงหน่อยก็หนาวแหละเย็นเยียบเลย ต้องรอเวลารถไอ้หัวตัดของพวกชักลากไม้จากป่าสัมปทานฝั่งภูกระแต ที่เขาจะชักลากท่อนซุงไปเก็บยังกองหมอนไม้ตำบลหนองขี้ชัน ลงไปทางทิศใต้ซึ่งต้องผ่านหมู่บ้านโคกปูนขาวของสองครูน้อย – ใหญ่คู่นี้อยู่แล้ว -- ทุกประชุมประจำเดือนครูใหญ่ก็ได้อาศัยเจ้ารถหัวตัดคันเก่งคันนี้แหละเข้าเมืองพักนี้ คลาดกันจริงๆรถชักลากหมอนไม้ไม่มาไม่มีก็ม้าไอ้หัวงอนคู่ชีพที่ผูกล่ามไว้สนามหญ้าทุ่งนาของโรงเรียนแหละนำพามา ทางสิบสองโลเวลาม้าหนึ่งชั่วโมงเวลารถลากซุงสามชั่วโมงขึ้นเพราะทางเป็นหล่มเลนตม วิ่งทีก็หนุนล้อวางดุ้นท่อนหมอนไม้ที เสียบแซมเข้าในเลนโคลนตมนั่น แต่สำหรับผู้โดยสารอย่างครูบ้านป่าทั้งคู่แล้วมันคือประสบการณ์เรื่องเล่าผจญภัยที่จะได้นำเหตุขณะอยู่ภายในเคบินหน้ารถขนซุงเก็บจำไปบอกเล่าในห้องเรียนให้นักเรียนสดับรับฟังเวลารถยักษ์ขับเคลื่อนบนผิวถนนเลนโคลน เมื่อมองออกไปจากหน้าต่างเห็นล้อสิบแปดล้อมันฟรีปัดขี้เลนฟรีอยู่ฟืดดดดดดดด .......... ฟืดดดดดด พลันที่ล้อข้างหน้าไม่ยอมตะกุยเดินหน้าไปล้อที่ฟรีแล้วฟรีเล่ามันก็ปักจมลงเลนไปโดยไวรถที่ขนท่อนซุงอันหนักอึ้งก็เอียงกระเท่เร่

โซ่เส้นใหญ่ร้องกรูด ........ กรูด ตรึงรัดมัดท่อนไม้ยักษ์ให้แน่นยิ่งขึ้นแต่สำหรับโซเฟอร์ผู้ช่ำชองประจำรถแล้วย่อมรู้ดีว่าแค่ไหนพอ หรือยังต้องเบิ้ลเหยียบเร่งคันเร่งให้เร่งเครื่องเขยิบเดินหน้าต่อไป แต่หากเกินแรงตะกุยของเครื่องรถจริงโชเฟอร์ก็ไม่รอช้าแหละโดดโครมลงอ่างขี้โคลนพร้อมลากปีกหมอนเศษไม้แหย่ แยงเข้าหนุนช่วยล้อทันทีแหละ แต่สำหรับครูผู้โดยสารอย่าหวังจะได้ช่วยเลย ไอ้ที่โดด ...... โดดโครมลงน่ะเพราะอยากรู้อยากเห็นว่าโชเฟอร์ท่านทำประการใดก๊ะล้อรถ เท่านั้นแหละขอเปื้อนด้วยคน ให้รู้ให้เห็นก๊ะตา การจะหนุนล้อรถที่ปักจมลงเลนตมน่ะต้องคนรู้ใจรู้จังหวะท่าทางงัดง้างกันเวลาทิ้งโครงรถไปข้างหน้ามุมเท่าไหร่ ต้องเร่งเครื่องแรงขนาดไหน คือโชเฟอร์ประจำรถเท่านั้นจะใช้ท่อนไม้สั้นยาวยังไงขนาดไหนอ่านออกรู้เห็นทำได้ เป็นงานรู้กันจนรถขับเคลื่อนผ่านเลนตมไปได้ตลอดรายทางอันแสนสะบักสะบอม มอมแมม
-----ผู้โดยสารสองคนรออยู่วันนี้ ต้มเปรตปลาไหลสูตรของอาเฮียร้าน ล.เลิศรส ทำเอาสองลูกค้าซดเหล้าเหลืองซะพร่องขวดกลมใหญ่ไปเลย อีกทั้งต้มเปรตปลาไหลอันร้อนแรงนั่นด้วยทำให้เจริญสุราเป็นยิ่งนัก
-----“ น๊าน ไหมล่ะเกือบซะแล้วสิกูไหนน้ำเซเว่นอัพฝากแม่ใหญ่ --- ต้องแม่เล็กด้วยคนไม่งั๊นกูตาย แม่เล็กเอาไรหว่า ..... อ๊ะคนสวยคนงามเขาต้องครีมอีมูน ก๊ะแป้งน้ำสมใจนึกโว๊ยย ”
-----แม่ใหญ่ของท่านประธานน่ะเป็นแม่ของลูกๆหกคนชายสี่หญิงสอง ส่วนแม่เล็กให้ลูกสามคนเป็นหญิงทั้งหมดท่านประธานจะสลับกันไปนอนระหว่างสองบ้านวันเว้นวัน

วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 25, 2008

หิว / ( Hungry )

25 กุมภาพันธุ์ 2551

0700 น.
โจรชุม หากินฝืดดดดดด ......... !

มันชุมกันจังแหละยังก๊ะยุงมีอาทิ
-----“โจรขี้ลักจัง” คือเจอไรใกล้มือพวกเป็นลักเอาเลย ที่เปิดขวดน้ำอัดลม น้ำจิ้มพิซซ่า โถส้วม ผงชูรส น้ำปลา ข้าวสาร ลูกกุญแจ ผ้าเช็ดตัว กระบะตักฝุ่น ไม้กวาด ถาดถ้วยใส่อาหารหมาแก็งค์พวกนี้ถูกตะครุบตัวยกทีมได้ที่เมืองกระบี่สองเดือนที่แล้ว

-----“โจรซาเล้ง” เที่ยวหางัดๆเอาฝาปิดท่อน้ำที่เป็นเหล็กตามพื้นผิวถนนหมอนี่เจอไรที่เป็นของขายได้ตามร้านขายของเก่ามันเป็นฉุดเอาดึงเอาเหตุเกิดสองเดือนล่วงมาแล้วผ่านไปถนนเส้นไหนมันเป็นจองจ้องไว้ พอพลบค่ำย่ำมืดสงัดคนมันเป็นมาลงมือลากไปแหละจับ ได้คาหนังคาเขา ที่ย่านขายของเก่าแถวปากเกร็ดเมืองนนท์

-----“โจรสับปะรด” สองคู่ผัว – เมีย และอีกหนึ่งคุ่หญิงชาย เมื่อวานนี้พากันไปลักตัดสับปะรดในไร่ชาวบ้านย่านเมืองชลกลางคืนออกไปตัดๆเลือกๆเอาที่สุกกำลังดีก่อนสว่างตีรถเข้าตลาดขายเลย ตำหนวดจับได้คาหนังคาเขาขณะขนหมากนัดขึ้นรถกันพัลวันพัลเก หัวโจกชื่อกิตติ นามสกุลแสบ .... เป็นคนขับรถบรรทุกย่านแถวนั้นแหละ ให้การว่าก็ก๊ะลังรอพรรคพวกอีกกลุ่มมาสมทบแต่พลาดท่าท่านหมาต๋ามาจ๊ะเอ๋ทีมงานซะก่อน..........ขณะเจ้าหน้าที่กรูเข้าจับมีปิ๊คอัพสามคันย่านัดห้าตัน หัวหน้าแก็งค์ให้การต่อว่า ก็มีคนระวังทางให้ขณะลงมือขน คือจ้างไว้ทำงานก็คนเฝ้าไร่ที่นี่แหละ ฮึ่มมมม

-----“โจรขโมยจีวรพระ”เมื่อคืนวานนี้ชุดสบงไตรจีวรพระที่อยู่ในสำรับห่อเป็นชุดๆเพื่อถวายเป็นสังฆทาน มันไปลักเอาเฉยวัดบางบำหรุบางพลัดพระท่านให้การว่า ก่อนหน้ามีหมู่ชายหญิงสามสี่คนพากันสะพายห่อผ้าซิ่นทอมือมาจากแถบอีสานเสนอแลกผ้าถุงผ้าซิ่นกับชุดสบงไตรจีวรใหม่ของวัด แต่พระท่านก็บอกไม่ได้ไม่แลกไม่มีความจำเป็นใดๆที่พระจะใช้ผ้าซิ่นของเพศคฤหัสถ์หญิง เตรียมไว้สำหรับนำไปทอดถวายให้พระให้วัดที่ท่านจะบรรพชา-อุปสมบทหมู่แถวเมืองปากน้ำโพนครสวรรค์ แต่ครั้นหัวรุ่งวันวานชุดสบงไตรจีวรสามสิบสำรับชุดสังฆทานแบบแพ็คสำเร็จรูปห้าสำรับถูกหัวขโมยมันยกไปเกลี้ยงคึ่ก ... !มันพากันมาขนเอาขณะพระออกไปบิณฑบาตหลวงพ่อบอกโจรยังเหลือเว้นไว้ให้อยู่สิบชุด โปลิศก๊ะลังหาตัวพวกวายร้ายกลุ่มนี้อยู่

-----“โจรลักสายไฟ” ที่เมืองนครศรีธรรมราชเมืองคนดีเมื่อวานนี้ ชาวบ้านเจอเข้าสองชายวัยฉกรรจ์กำลังก้มหน้าก้มตาช่วยกันแบบยุ่งขิงนั่งปอกสายไฟฟ้าทั้งใช้มีดน้อยทั้งมือทั้งปากช่วยกันปอก - ออก - ลอก - ออก - เอาแต่ที่เป็นสายโลหะทองแดงไส้ในพากันทำงานอีนุงตุงนังตรงปากทางเข้าหมู่บ้านเขตอำเภอเมืองนครฯตำรวจไทยใจหาญคล้องคอหัวกาโมยคู่นี้มาสอบสวนบอกใช้มอ’ไซค์ตระเวนไปเซอร์เวย์ไว้ก่อนแล้วค่อยลงมือปฏิบัติการ อาชีพที่พากันทำประจำน่ะคือเป็นพนักงานติดตั้งเดินสายไฟฟ้าของบริษัทแห่งหนึ่ง

-----“โจรร้านทอง”นำทองคำแท้มาทำเป็นตะขอ เป็นข้อที่หนึ่งสองสาม แล้วนำไปขายให้ร้านทองคำ เวลาร้านค้ารับซื้อก็จะตรวจเช็คตรงข้อแรก และตะขอแหละ ส่วนข้ออื่นๆปลอมทั้งเพเจอมาแล้วหลายรายร้านทองช้ำใจไปตามๆกัน

อีกโจรคือพวกไปลอกทองคำเปลวที่เคลือบอาบตามวงกบบานกรอบหน้าต่างประตูวัดและโบสถ์ต่างๆมันเจอไรเป็นสีทองๆเป็นขูดเอาลอกเอาโม๊ดดด พวกโจรนอกศาสนา
หมูสันใน ราคากิโลกรัมละ 110 – 120 บาท
ขอบกระด้งงัว ราคากิโลกรัมละ 100 บาท
สันในงัว ราคากิโลกรัมละ 160 – 170 บาท
ไก่ตัว ราคากิโลกรัมละ 55 – 60 บาท

ไข่ไก่เบอร์5(เล็กสุด)ฟองละ 2.30 บาท
ประกาศค่าจ้างขั้นต่ำ กทม. 194 บาท
จังหวัดน่านและพะเยา 144 บาท
ประกาศเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2551