CHAAI RADIO

<=กรุงเทพฯ,Thai <=อเมริกา, WashingtonDC <=รัสเซีย, Moscow <=เกียวโต,Japan

วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

โอ้......มาดาม (Madame)


11 พฤษภาคม 2556
12.00 น.

            ด้วยเหตุว่ามันเป็นงาน.   งานคือสิ่งที่ต้องทำคือภารกิจ คือหน้าที่คือ บทบาท คือความรับผิดชอบ
            และที่ฉันอยู่มาเป็นตัวเป็นตนเป็นคนแกม หมู่สังคมคนได้ทุกวันนี้ก็เพราะมันนี่แหละ"งาน"   แม้บางครั้งจะอึดอัดไปบ้างอย่างวันนี้ที่กำลังเป็นอยู่ฉันก็ต้องทำ ต้องทน
            ".......อาเจ็ก"
            ".......เฮีย" 
            "เอ้อ.....หวัดดี...นี่ๆ  เชิญทางนี้เลย  มาๆ..มาดูกันเลย" 
          
             เดินเข้ามาทางประตูโรงเรียนคู่กันมา   อาเจ็กคือเจ้าของโรงเรียนแห่งนี้   ส่วนเฮียน่ะคือลูกค้าประจำของบริษัทเราที่เป็นผู้แนะนำผลิตภัณฑ์สินค้าของเราให้กับอาเจ็กได้ทราบ  และด้วยการบอกกล่าวแนะนำของเฮียนี่แหละฉันจึงได้มาพรีเซ็นต์งานของฉันที่นี่อีกครั้งหนึ่ง  อาเจ็กเดินนำหน้าฉันไปทางส่วนหลังอาคารเรียนหลังใหม่   ที่พวกช่างกำลังก่อสร้างอยู่แล้วก้มตัวมุดเข้าที่ต่ำแคบใต้ถุนอาคาร  ฉันมุดตามเข้าไป  ตั้งอยู่ต่อหน้าเราน่ะคือปั๊มพ์น้ำบาดาลแบบแรงดันสองทางปั๊มพ์ตัวนี้จะสูบน้ำใต้ดินผ่านท่อขนาดไดมิเตอร์นิ้วครึ่ง "จากน้ำบาดาลจะถูกดูดโดยปั๊มพ์  ขนาดหนึ่งจุดห้าแรงม้า  ผ่านท่อพลาสติคไปยังแท็งค์ขนาดความจุสองพันห้าร้อยลิตร  จากแท็งค์เก็บน้ำตัวนี้  จะติดตั้งปั๊มพ์ขนาดเท่าเดิมสองตัวแยกกันอยู่  แต่ละตัวทำหน้าที่ปั๊มพ์น้ำจ่ายไปยังอาคารสองอาคารของโรงเรียน  รวมความยาวของท่อพลาสติคทั้งหมดในเขตโรงเรียนประมาณสามร้อยเมตร"   ฉันจดบันทึกงานของฉันไว้  และในส่วนที่เป็นแปลนแสดงทางเดินของท่อทางน้ำนั้นฉันก็ใช้ดินสอวาดแสดงจุดที่ตั้งต่างๆเอาไว้ในอีกแผ่นหนึ่ง
             "เอ้อ......ใช่เลยถูกต้องแล้ว"
             เมื่อฉันแสดงแปลนการเดินและวางท่อน้ำให้อาเจ็กดูแกย้ำว่าถูกต้องตามที่ฉันเขียน       แล้วฉันก็เก็บไว้ในสมุดบันทึกการทำงาน  จากนั้นอาเจ็กก็พาฉันเดินเข้าไปดูตัวอย่างน้ำในห้องน้ำ
              "นี่ๆ...ดูนะลักษณะของน้ำ.มันเป็นแบบนี้"          
               ฉันดูแล้วก็โน้ตไว้  ซึ่งอันที่จริงฉันก็ไม่จำเป็นต้องเขียนโน้ตกรณีแบบนี้ที่เป็นและเห็นอยู่นี่หรอก  เพราะฉันคุ้นอยู่แล้วกับส่วนประกอบทางเคมีของน้ำบาดาลในเขตภูมิภาคนี้ คุ้นกับลักษณะอาการของมันจนชินแต่เพราะมันเป็นงานต้องทำต้องจดตามแบบฟอร์มงาน  และก็ด้วยปัญหาโครงสร้างทางโมเลกุลของน้ำของภูมิภาคเขตภูมิประเทศของภาคเรานี่แหละ   ที่ทำให้ฉันต้องวนเวียนยุ่งเกี่ยวกับการจัดการปัญหาเหล่านี้ให้กับลูกค้าของฉัน  อ๊ะ...ไม่ใช่ของฉันคนเดียวหรอกของบริษัทของเจ้านายฉันด้วยสิ 
              "นี่ๆคุณดูนะนานๆไปมันเกาะตัวเลื่อมพราวเต็มผนังห้องเลยนี่...ดูเอา" 
               ".......อ้อ" 
                ฉันดูแล้วก็คลำดูแถมมะเหงกฉันก็เคาะมันกอ๊กๆทีหนึ่ง  แล้วฉันก็จด..... "ตะกรันโปแตสเกาะผนังแข็ง
                "และเวลาเราเปิดน้ำนะ  เมื่อแห้งแล้ว  นี่ดูมันจะเป็นคราบเป็นด่างขาว เป็นรอยเป็นด่างดวงเต็มอยู่นี่ตามขอบอ่างขอบซิงค์"  
                 แง๋และ....อาเจ็กเอ๋ยมันย่อมเป็นอาการแบบนี้แน่นอน
                "นี่นะจะบอกให้.......ไม่รู้ละผมต้องได้กินเปอร์เซ็นต์กับคุณสิบเปอร์เซนต์นะไม่งั้นผมไม่แนะนำลูกค้ารายต่อไปให้นะ"
                 อ๊ะ.....แหมเฮียน่อเฮียว่ากันอีตรงเรื่องเงินที่ควรจะได้ตรงประเด็นเลยนิ?ถึงลูกถึงคนตีแสกหน้าจังๆเลยน่อ  ขณะที่ฉันก้มๆเงยๆอยู่ในห้องน้ำกับอาเจ็กเฮียแกก็เข้ามาสมทบพร้อมกับคำพูดชิงเอาประโยชน์เข้าสู่ตัวทันที  เอาน่ะเฮียนะ...เดียวค่อยคุยกันน่ะ
                 "ไม่รู้ล่ะถ้าอยากได้ลูกค้ารายต่อไป  ผมต้องได้สิบเปอร์เซ็นต์นะ"
                  เด็ดขาดจริงๆเฮียคนนี้.
                  ลูกค้าแต่ละรายของฉันนี่กว่าจะจบขั้นตอนตกลงซื้อขายกันได้ทำเอาฉันมึนไปนักต่อนัก  อย่างกรณีเฮียนี่ อีตอนที่ฉันไปพรีเซ็นต์งานของฉันให้แกฟังนั่นทำเอาฉันถอดใจ ไม่ไหวมั้ง........เฮียแกเล่นถามซะจนละเอียดยิบไม่ให้มีจุดรั่วไหลได้เลย      จนน้องฝ่ายติดตั้งที่ไปด้วยกันกับฉันสะกิดบอกฉัน พอๆพี่พอ...ไม่ขายอย่าขาย   ไม่ซื้ออย่าซื้อคนอะไรลวดลายจัง!โดยผัสสะอันยุ่งยากขณะพูดคุยกันต่อหน้าเฮีย  ที่มีท่าทีกวนโอ๊ยน้องเขานั่น  สำหรับฉันแล้ว  ฉันว่านั่นมันคือความเป็นปรกติประจำตัวของแต่ละคนนะ  ลูกร้อยพ่อพันแม่ในโลกเรานี้จะให้เขาเหมือนเรา  และจะให้เราเหมือนเขานี่เป็นไปไม่ได้หรอก   คนเฒ่าคนแกเคยบอกสอนฉันเรื่องการอยู่ในฝูงหมู่คนนี่  ทำให้ฉันเรียนรู้และเข้าใจผู้คนหลากหลายแบบหลายชนิดนัก   เพราะคนแต่ละคนไม่เหมือนกันที่ฉันพบปะในชีวิตประจำวัน  และชีวิตการทำงานของฉัน  อย่างกับเฮียนี่ในขณะที่น้องฝ่ายติดตั้งเขาถอดใจแต่ฉันยังเสนอหน้าประชันแลกเปลี่ยนเรื่องงานกับแกอย่างไม่หวั่นไหวถามมาเหอะที่เป็นงานของฉันทุกแง่ทุกมุมเฮียเอ๋ย  ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเรามีมาตรฐานสูงทางอุตสาหกรรม  โดยสถาบันอุตสาหกรรมทางยุโรปสองสถาบันเขาการันตีให้กับเราอย่างสง่างามแล้ว   ทุกอย่างที่ฉันพรีเซ็นต์ให้เฮียฟังนั่นไม่โกหกขี้ตั๊วเบะเบ้ดอกเฮียเอ๋ย   เครื่องหมายประกันคุณภาพของสองสถาบันอันเลื่องชื่อเป็นประกันชัดแจ้ง 
                  แล้วไง.....ในที่สุด   เพราะคนแต่ละคนไม่เหมือนกันอย่างที่ฉันเข้าใจ  ซึ่งเฮียแกก็บอกตกลงยอมรับ  และซื้อใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเรา  เพื่อคุณภาพงานที่ดียิ่งขึ้นของธุรกิจงานผลิตพลาสติคขึ้นรูปของเฮียแก
                  "ผมจ่ายเงินสดเลยนะ  ไม่ผ่อนล่ะขี้เกียจผ่อน  ดีไม่ดีเดี๋ยวรู้กัน  แต่ถ้าไม่เกิดผลท่อน้ำผมไม่สะอาดนะคืนเลย  มาเอาเครื่องคุณคืนไปเอาเงินผมกลับมานะ  โอเค" 
                  ไหม๊ล่ะ........?แกเด็ดขาดขนาดไหนคนแบบนี้     จนกระทั่งวันนี้จะสองปีแล้วที่ผลิตภัณฑ์บริษัทเราติดตั้งในโรงงานของเฮียแก   และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เฮียแกก็โทรศัพท์มาเชิญชวนฉันด้วยตัวแกเอ็ง
                  "นี่คุณทำอะไรอยู่จะเอาไหม๊ล่ะลูกค้าน่ะ........เอาไม่เอา?" 
                  เพียงได้ยินน้ำเสียงของเฮียฉันก็แทบจะกราบผ่านทางโทรศัพท์ไปแล้วพระเจ้าของฉัน กราบขอบพระคุณเฮียเป็นอย่างสูง.
                       ---------------------------          
                
                  "เอาล่ะ......ฉันคุยกับเขาเรียบร้อยแล้วต้องจ่ายเงินสดเท่านั้นสินค้าจึงจะออกไปได้"
                   และนี่ก็เป็นเครื่องเตือนสำนึกสติของฉันอีกเรื่องหนึ่ง ในข้อที่ว่าคนเราไม่เหมือนกัน  แต่ต้องพบกัน อยู่ด้วยกันทำงานด้วยกัน  แถมคนๆนี้เป็นนายผู้มีพลังเหนือฉัน   ก็ที่แล้วๆมานั่นงานการขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทเราทำกันมาอย่างราบรื่นระหว่างเรากับลูกค้า  โอนหย่อนผ่อนให้กันตามสะดวก สุดแท้แต่ลูกค้าว่าจะสะดวกจ่ายกับบริษัทอย่างใด    บ้างก็จ่ายเช็คบ้างก็จ่ายเงินสด   บ้างก็จ่ายเป็นงวดๆไป  ก็ทำกันเช่นนี้โดยลำดับมา ทุกครั้งที่มีการซื้อขายทางเราคนทำงานให้บริษัทก็มีหนังสือสัญญาที่ทำขึ้นอย่างถูกต้องตามหลักข้อกฎหมายทุกประการจัดเก็บไว้เป็นหลักฐานทุกรายไป   แต่มาวันนี้มาดามผู้เป็นภรรยาของนายฝรั่งออกมาสั่งการแบบนี้  ทำเอาพวกเราพนักงานอ้ำอึ้งไปตามๆกัน...พูดไม่ออก  เพื่อนร่วมงานของฉันหลายคนเริ่มซุบซุบงุบงิบจับกลุ่มกันแบบในละครทีวีเวลานายเผลอแล้วทุกคนก็พูดๆๆๆๆๆๆๆๆ........พูดถึงระบบงานที่ทุกคนกำลังประสบอยู่ 
                  "นั่นสินะเราหรือกว่าจะเข้าพบลูกค้าแต่ละรายได้.......โอยยย...แย่เลย"  
                  ฝ่ายเซลล์เอ็นจิเนียร์พร่ำรำพันให้เพื่อนฟัง  
                  "แต่ฉันสิแย่เลยขายก็ขายได้แล้วลูกค้าเขาโอเค.....แต่ดันมาเจอเรื่องแบบนี้......ต้องจ่ายเงินสดนะ..สดเท่านั้นดู๊...?"
                  เวลานี้ระบบงานของพวกเรากำลังป่วนอย่างหนัก 
                  "รถฉันยังไม่หมดงวดเลย.....!!"
                  "บ้านที่แม่ฉันอยู่  ฉันก็ยังต้องส่งให้แม่ทุกเดือน ????"
                  พวกเพื่อนๆแต่ละคนที่หันหน้าปรึกษาหารือกัน  บอกเป็นนัยๆว่าขืนอยู่กันแบบนี้ดูเหมือนทุกคนจะถอดใจแล้ว ด้วยว่างานถูกทำให้ไขว้เขวจากระบบที่ควรจะเป็น แต่ทุกคนก็มีภาระของตัวเอ็งอย่างที่เป็น
                  "ผมสิแย่....ลูกสองเมียสี่ ต๊ายทั้งสองลูก...ผม" 
                  น้องช่างฝ่ายติดตั้งบ่นแบบสนุกแกมเซ็งให้พรรคพวกฟัง  เขาเป็นคนหนุ่มวู่วามที่ยังไม่มีภาระรับผิดชอบแบบพวกเรา   "เอาน่ะคนเราไม่เหมือนกัน  แต่ต้องอยู่ด้วยกันต้องคบกันทำงานด้วยกัน" ต้องมีซักจุด ซักข้อหนึ่งหรอกน่าที่ต้องจูนเข้าหากันได้นะ   
                  ก็แปลกดีเน๊อะฉันทำงานกับฺ บอส มาตั้งห้าปีแล้ว เมื่อสองเดือนที่แล้วขณะพวกเราพัลวันยุ่งเหยิงอยู่กับงานของแต่ละคนอยู่ เธอผู้นี้ก็เดินลุยย่ำเข้าไปถึงโต๊ะบอสทันที   ซึ่งก็ทำให้พวกเราทุกคนเป็นงงกันพอสมควร
                  " นี่ khoon  Chonlanet เป็น Madam ผม krab "
                   เอ้อน่อ...... มาดาม..เอ้ามาดามก็มาดาม
                  "ดิฉันก็ทำงายขายเหมือนๆกับพวกคุณแหละค่า"
                 จำได้มาดามของบอสทักทายพวกเราวันแรกที่บอสแนะนำ
                  "ช่วยอุดหนุนดิฉันหน่อยนะค๊ะ"
                   พวกเราดูโล่งใจที่ผู้ที่เป็นมาดามของบอสทำตัวเป็นกันเอ็งกับเราชาวพนักงาน  วันนั้นดูพวกเราตื่นเต้นกันใหญ่ กับมาดามของบอส เธอเป็นคนสวยและปราดเปรียวแบบพวกโฆษณาผลิตภัณฑ์ ในทีวี  ข่าวเรื่องบอสมีมาดามกระจายไปทางไอซีคิวสู่พวกเพื่อนสำนักงานต่างจังหวัดภายในไม่กี่นาที  ทุกคนทราบ  แถมด้วยจริตของเพื่อนบางคนที่อยากคุ้นเคยใกล้ชิดกับมาดาม  เพื่อนบางคนก็เสนอตัวรับเครื่องสำอางค์ของมาดามมาเสนอขายในวงหมู่เพื่อนๆด้วยกันผ่านทางอินเตอร์เนตจากเพื่อนสู่เพื่อน  พวกเราก็ซื้อกันซื้อของซื้อใจซื้อมาดามซื้อความใกล้ชิด สนุกกัน
                  และเวลาขายเครื่องสำอางค์ของมาดามพวกเราก็ขายกันได้ไม่นานนัก  มาดามก็หยุดเทคแคร์พวกเราบอกขี้เกียจขายแล้วของพรรค์นั้น
                  "พอแล้วขายของให้คนอื่นเขาร่ำรวย.......และพวกเราก็ไม่ต้องขายให้พวกเขาอีกแล้ว"
                   มาดามว่าไงเราก็ว่าตามล่ะเอ้อนะ....ก็ไม่ว่ากันไม่ขายก็ไม่ขายที่พากันขายๆน่ะเพราะหนึ่งมาดามเป็นตัวตั้งตัวตี สองเปอร์เซ็นต์การขายในวงหมู่พรรคพวกที่อุดหนุนกันนั่นก็ดูดีน่าทำเป็นงานเสริมทำนองนั้น และวันนี้มาดามก็เข้ามาสั่งงานในบริษัทของบอส 
                   "..........ฉันคุยกับเขาเรียบร้อยแล้วต้องจ่ายเงินสดเท่านั้น  สินค้าจึงจะออกไปได้"
                   ".........อ๋อย "
                   "...........โอยยยย?"
                  โอ้.......มาดามถอดสูตรการขายมาจากตำรับงานขายเครื่องสำอางค์นั่นเลยเชียว......หนึ่งชุดเครื่องสำอางค์แบบครบเซ็ทน่ะพันแปดร้อยเงื่อนไขคือลูกค้าจ่ายสด  กับผลิตภัณฑ์งานทางอุตสาหกรรมสำหรับดูแลจัดการระบบน้ำในโรงงาน  แพ็คเก็จแบบธรรมดาขนาดเล็กสุดนี่ราคาแปดหมื่นห้าพันบาท ขนาดใหญ่สุดล้านกว่า 
                   ".....เงินสดเท่านั้นสินค้าจึงจะออกไปได้" โอ้......มาดาม ไม่ทราบว่าพวกสำนักงานตามประเทศในแถบเอเชียอีกห้าประเทศจะได้รับคำสั่งนี้ไหมหนอ......โอ้.......บอส
                   แม้บางครั้งมันจะอึดอัดไปบ้างอย่างวันนี้ที่กำลังเป็นอยู่  ฉันก็ต้องทำ  ต้องทน  "โอ้มาดาม! " เพราะคนเราไม่เหมือนกัน.
จุมมะลี คำภมัย - [ 4 ก.ค. 46 ]

วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ติดตรึง(Freeze)

23 พฤศจิกายน 2553

15.00 น.

"ตา ... ต๊า เรามาถึงช่องเขาขาดแล่วตา ภูเขาขาดแหว่งหายไปแยะเลยพวกถลุงภูเขา."

ฮือออออ .........

แล้ว อากาศเป็นไงบ้างดูท่า จะหนาวยัง?”

ไม่เลย ......... ไม่แน่ๆ ร้อนเปรี้ยงแหละ ข้างนอกรถแดดซะแจ่ม. แถมเราถาม พวกบนเขาเพชรบูรณ์บอกบนดอยเย็นเยียบ......... แต่พอลงมาพื้นราบร้อนตับแลบ...!

ตกลง แม่ตัว(สรรพนาม ขานนับกันในวงงาน) เขารู้เพื่อนตัวป่ะ?”

......... ยังไม่รู้.......... แม่เขารู้จักกันก๊ะเพื่อนเราคนนี้อยู่เคยมาเยือนที่เราทำงานบ่อย ขณะเรียนด้วยกัน.

ก็เดี๋ยวรถจอดเราจะโทร...............เราเตรียมใจเตรียมสติคืนนี้เราไปนอนบ้านเพื่อน.

ฮือออออออออ ................

นางแหล่ อิสเบลลา ให้การขณะตัวเธอเดินทางไปโดยรถยนต์โดยสารประจำทาง มุ่งหน้าสู่เมืองหมากขามหวาน

ในวันอันพรรคพวกเพื่อนฝูงต้องย้ำกล่าวบอกเล่าชวนเชิญให้สนุกเริงรื่นไปสมาลาเคราะห์ขอโทษขอโพยต่อพระแม่โพสพ แม่น้ำคงคามหานที อย่างที่เคยๆประพฤติปฏิบัติกันมา ในทุกๆปีสนุกสนานอย่างเคยเป็น แต่ปีนี้วันนี้นางแหล่ต้องเศร้าใจขื่นเฝื่อน ขมในใจ เหตุเพราะเสียเพื่อนไปอย่างไม่มีวันกลับ

ด้วยโรคภัยเบียดเบียนบีทา

ฮือออออ........... ปราชญ์ท่านหนึ่งก็บอกไว้ชัดเจนน้องเอ๋ย



พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง

โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี

นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์

สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา



แป๊บๆ .... นะชีวิตคนเราน่ะมาแล้วก็ไป มาจากศูนย์ไปก็ไปศูนย์ ช่วงหายใจร่วมโลกกันนี่ทำเหอะ การอันยังประโยชน์ลงมือทำอย่างสุดใจ ทุ่มเทมันเข้าไป เราจะอยู่ด้วยกันไม่นานแน่ การอันไม่เบียดเบียน เกิดประโยชน์ยิ่งลงมือทำย้ำว่าต้องทำ.



ดู นักเรียนของเราครับ ........ แข็งแรงกันทั้งนั้นกระทรวงสาธารณสุขมาตรวจของเรา อัตราการเจ็บป่วยน้อยกว่าที่อื่น เด็กของเราทานมังสวิรัติทุกมื้อ พวกเราปลูกข้าวกันเอง โดยเด็กของเรา ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีก่อนปลูกพวกเราสงบภาวนา แผ่เมตตา ผลผลิตข้าวของเราได้ หนึ่งพันหนึ่งร้อยกิโลกรัมต่อไร่ ผลผลิตสูงกว่างานการใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ครับ

.............. เฮ๊ยยยย เพื่อนเรานอนไม่หลับตลอดทั้งคืนเลย ...... ฉันต้องมีชีวิตต่อไปกับเรื่องแบบนี้หรือ ......... จะมีจะเป็นตลอดชีวิต..... ! ??........... ฉันเกลียดพวกมัน เกลียดทุกคน กับไอ้บ้าเหรียญตรานั่น มันเพื่ออะไร?

.................. เราต้องแก้แค้นไอ้พวกบ้านั่น ... ดูนั่นสิ ดูนั่นและดูนั่น ..............ฉันต้องการความสงบกลับคืนมา

หนูอยากให้พวกบ้านั่นถูกฆ่าตายแบบพ่อแม่น้องชายน้องสาวของหนูบ้าง ........หนูเกลียดพวกมัน ที่พรากชีวิตพวกหนู.

อืออออออออ ...........

...............................................................

............................................................... ?

แล้ว เราอยากให้เขากลับมาจริงหรือ....... ฉันกลัวว่า.....พอไอ้พวกนี้ออกไปแล้ว.............. มันจะไม่ยิ่งแย่กว่าที่ครั้งก่อน............ที่เป็นอยู่ รึ?”

ฮืออออออ...........

เอาน่ะ ให้มันเป็นไปทุกอย่างมันเป็นมาแล้วโดยลำดับ ไม่มีอะไรต้องกลับคืน......... ถอยหลังไม่ได้ ทุกอย่างต้องเดินหน้า.

จำไว้ผู้กล้าเราไม่ต้องการผู้แปรผัน ไม่ต้องการผู้อ่อนแอ ไม่ต้องการผู้ขี้ขลาด เราไม่ต้องการผู้สะเพร่า........งานใครก็งานมัน ..เข้มแข็ง ..และเดินหน้าต่อไป

สักพัก หลังฝุ่นผงตรลบทุกอย่างจะแกร่งขึ้น และหล่อหลอมให้เป็นบล็อกพิมพ์อันแข็งแกร่งหรอกน่ะ.

อีกสามวันข้างหน้าทางวัดไผ่เงินจะมีการทำบุญใหญ่ โดยพระทำบุญปัดรังควานให้กับวัด.

วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ฅน (News)



22 พฤศจิกายน 2553

11.00 น.

เท่าที่ดูๆรายการ..ที่นำเสนอผ่านทางจอโทรทัศน์ไทยที่มีการเขียนและใช้ตัวอักษร

มีอยู่สองรายการ(เฉพาะที่ผู้เขียนพบ)มีรายการ ฅนต้นแบบ กับ ฅนค้นฅน

ก็มิทราบด้วยเหตุผลอันใด เป็นถูกหรือเป็นผิด ตัวผู้เขียนมิบังอาจฝากวางคำถามไปยัง

ทางเจ้าของรายการท่านได้ดอก แต่ถ้าในทัศนะของผู้เขียนแล้วการใช้ตัวอักขระอันค้น

หายากในแป้นพิมพ์นำมาใช้เป็นงานเป็นการนี่ มันดูแปลก เรียกร้อง ชวนเชิญ สะดุด

ชวนให้มอง ชวนให้สนใจ และย้ำบอกว่าตัวตนตัวฅนยังอยู่นะ ทำนองนั้น

สวัสดีครับท่านผู้ชม และท่านผู้ชมอีก140ประเทศทั่วโลก

"สังคมเสื่อมทราม ตกต่ำ กับปัญหาทางเพศที่เป็นความโหดเหี้ยม ท่านมีวิธีคิด

ช่วยแก้ไขเยียวยาอย่างไร?"

ถุงพลาสติคเป็นถุงๆถูกจัดวางเรียงรายเป็นแถวยาวเหยียด .......โชยกลิ่นเหม็นคาว

เน่าคละคลุ้ง หลายๆคนที่รายล้อมแม้จะผนึกซีลปิดจมูกด้วยผ้าปิดแล้วก็ตาม

ต่างก็ดูยังมีอาการ ขยักขย่อน ผะอืดผะอม หนุ่มสาวคณะมูลนิธิหน่วยกู้ภัย

พากันนับจัดวางเรียงถุงพลาสติคเหล่านั้นอย่างเป็นระบบ จดนับบันทึก

สุดจะบรรยาย ล่าสุดศพเด็กทารกในวัดไผ่เงินเขตรับผิดชอบของตำรวจ

สน.วัดพญาไกร กรุงเทพฯที่ตรวจพบจาก 348 ศพที่เป็นข่าวมาตลอดอาทิตย์

เช้าวันนี้สัปเหร่อของวัดบอกยังมีอีกนับพันศพในกล่องเก็บหมายเลขเก้าและสิบ

....................ไม่ปรกติ...!? ผิดไปจากธรรมดาโลกที่เคยเป็น....!

ลางคนลางท่านถึงกับกินอะไรลงไปไม่ไหวเลย

ในแผ่นดินรัฐชาติอันเป็นพื้นที่ ที่เรียกขานกันว่าประเทศไทย ในโลกทางวิชาการ

ที่มีการจดบันทึกเล่าลือ ส่งข่าว สื่อสารคนสู่คนยังมีอะไรที่เป็นแบบนี้.................??

หนักหนากว่านี้มีอีกหรือไม่เนี่ยะ?

สุดท้ายเราขอให้ท่านผู้สื่อข่าวและผู้ชมทางบ้านได้สังเกตุนะครับ ว่า

การชุมนุมของทางเราตั้งแต่มีพันธมิตรมา มีไหม๊ที่เราชุมนุมเพื่อเรื่องส่วนตัว?

....... เชิญครับคำถาม?”

“........ผมบอกได้เลยว่า...มีคนบางคนในพันธมิตร..ต้องการให้บ้านเมืองวุ่นวาย

และต้องการให้ทหารออกมาปฏิวัติครับ.

...............................

..................

“……อ๊ะแล้วไง มีนายทหารยศพันเอกนายหนึ่งต้องการพบผมผู้แทนราษฎร......

และผมก็มาพบนี่?”

“....... ข้อที่สองท่านนายกฯไม่ควรพูดคำนี้ออกมา เพราะท่านได้เป็นนายกฯ

ก็ เพราะทหารไม่ใช่หรือ ............. คนๆหนึ่งรู้ทันท่าน........ คนๆหนึ่งตำหนิท่านอย่างรุนแรง...........ผู้ใหญ่ในพรรคของท่านยังพูดกับผม เลยว่านายกฯ

คนนี้ไม่รู้กาลเทศะ………แท้ที่จริงแล้วท่านนายกฯรู้ดีเป็นอย่างยิ่งว่าเรา จะเสียดินแดนให้แก่เพื่อนบ้านอย่างแน่นอน แต่ที่ไม่ยอมถอนเจบีซี. เพราะอีโก้ตัวเองเท่านั้น

หัวเรือใหญ่ทางการท่องเที่ยว เตรียมการใหญ่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเจ็ด

หัวเมืองใหญ่คาดว่าจะมียอดเพิ่มจากเมื่อปีที่แล้วห้าเปอร์เซ็นต์

เลยอากาศหนาวเย็นลงเรื่อยๆปรอทวัดอุณหภูมิใหญ่สุดในประเทศแสดงต่ำสุด

14 องศาเซลเซียสวันนี้

...................................

...................................

มีสถานพยาบาลสี่ประเภทที่อยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงว่าจะเป็นสถานที่ทำแท้ง

เถื่อนมี คลินีคเสริมความงาม คลินีคบำบัดยาเสพติด คลินีควางแผนครอบครัว

คลินีคศัลยกรรมตกแต่งครับ

“...........อ่า ....ไม่ได้ไปพูดคุยครับเพราะผมว่า......การแสดงความคิดเห็นทาง การเมืองนี่ทำได้ทั้งนั้นนะครับ ขอให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายครับ.

เห็นคนอื่นเป็นกระจกเงา อย่าเขลาเห็นเป็นกระสอบทราย ขณะนี้ท่านกำลัง รับชม เอฟเอ็มทีวี.ทีวีเพื่อมนุษยชาติ