CHAAI RADIO

             
<=กรุงเทพฯ,Thai <=อเมริกา, WashingtonDC <=รัสเซีย, Moscow <=เกียวโต,Japan

วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

หนีช้ำ ! / ( Heartsick )

13 กุมภาพันธุ์ 2551

0815 น.
เมื่อวาน(12 กพ.)งดเขียนเปลี่ยนเป็นอ่านหนังสือ อ่านสายลม แสงแดด

“ รักระทมขมใจ อยู่ไกลก็หัวใจมันเศร้า แฟนเราเขามาเปลี่ยนแปร
ขืนอยู่ก็ช้ำดวงแด ตกเป็นคนพ่ายแพ้เขาก็แลว่าไร้ค่า
ขออำลาบ้านเรา เรือนเหย้าและไร่นาวัวควาย

ถึงตายจะไม่กลับมา แฟนเก่าที่เราบูชา
กลับเปลี่ยนใจเป็นหน้าเอาคนใหม่มาเคล้าคลอ
.................................
................................. ”

ศันสนีย์หนีช้ำ ขับร้องโดย น้องนุช ดวงชีวัน

คิดถึงโคราชเมื่อปี 2526 ตูข้ายังละอ่อนมาก ม๊าก ......... ตะลอนๆไป กับงานอาสาสนาม .......... ลุ๊ยยย !ไม่เหน็ดไม่เหนื่อยไม่เมื่อยไม่เพลียเป็นล่ะ สนุกรื่นเริงกับงานการที่ชอบกับคณะเพือนานุเพื่อนฝูง เฮๆไปมันทุกท้องที่พบปะผู้คนชาวบ้านนาป่าไร่
โฮ๊ะสมัยนั้นชาวไร่มันสำปะหลังนี่ยิ้มกันหน้าบานแหละ ปลูกกันจั๊งเหลียวไปทางไหนทั้งแปดทิศล้วนแล้วแต่มันสำปะหลัง ไม่รู้สิตอนนั้นหรือเพราะโลกที่สัมผัสรายวันของผู้เขียนมีแค่เพียงที่เห็นคือโคราชเมืองย่าโมตื่นเช้าลืมตาก็เห็นใบเขี๊ยว ........... ลึ่ม ! ของเจ้าป่ามันสำปะหลังทั้งเพเต็มพรืดดดดด สุดแสงตาล่ะ แต่มันเยอะจริงท่านพี่น้องชาวไร่เมืองราชสีมายุคนั้นทำกันเป็นพืชหลักเคียงกับการทำนาปลูกข้าว หนุ่มน้อยหน้ามล วนไปเวียนไปถ้าจะจีบสาวเจ้าคนงาม

ก็ต้องโน่นแหละอยู่ในไร่มันสำปะหลัง ไปช่วยกันวินหัวมัน วินไปจีบไปป่านนี้ลูกๆของกลุ่มหมู่รุ่นนั้นคงจะพากันสานเจตนาหาคู่ฝั่งฝาสร้างเหย้าเรือนต่อเนื่องเป็นวิถีชาวไร่มันต่อไปมั๊ง ?
วินไปจีบไป

แดดไม่มีขณะเขียนบันทึกนี่(0910 น.เมืองปราณบุรี) เป็นมืดบดอึมครึม ลมก็สงบนกอีเอี้ยงพากันส่งเสียงร่าเริงตามยอดทิวไม้ป่าสะแก ใบไม้ยอดไม้ป่งระบัด ขับสีเขียวเด่นงามเย็นตา
คลิ๊กดูโทรศัพท์ แง้มๆดู อือเพื่อนฝูงท่านยั๊วสะกิดเข้ามา
สบายดี เพื่อน
สบายตามประสาตามฐานานุรูป แห่งตนตัวของตูข้าแหละ ทานอารหารไม่มาก เน้นพืชผัก ปลอดสารพิษ เป็นมิตรกับสรรพชีวิต สำคัญไม่อยากให้เพื่อนเป็นหนี้
- การสะกดและไวยากรณ์ :ไทย
ไม่อยุ่ในพจนานุกรม
ขณะเขียนบันทึกมีแว๊บๆหน้าต่างป็อปอัพเตือนขึ้นมา
ขอบคุณครับ.

อ๊ะต่อ ............. ต่อเรื่องเมืองราชสีมา

บ้านประทาย – สีดา บ้านท่าน รมต.ตปท.
นพดล ปัทมะ คนปัจจุบัน (มค.2551 - ...... )
เป็นเมืองใหญ่เมืองหลักหนึ่งของประเทศไทยที่มี พื้นที่อันกว้างใหญ่สองหมื่นสี่ร้อย ตร.กม. กว้างขวางกว่าเพื่อนจังหวัดอื่นๆ ด้วยเหตุมาจากเพื่อนบ้านประชากรของราด – สี - มาเป็นทั้งไทย และเป็นทั้งลาวปัดขึ้นไปทางชัยภูมิ ขอนแก่น จะเรียกขานว่า ไทยโค – ราด ลงล่างสระบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว จะเรียกว่า ลาวโค – ราดข้อนี้ผู้เขียนก็สังเกตอยู่เป็นทั้งไทยและลาวนี่
ก็น่าจะเข้าเคล็ดสมคำหมู่เพื่อนบ้านท่านเรียกขานอยู่ส่วนหนึ่งมั๊ง ....... ? ลึกลงไปอีก
คนโค - ราดนี่ท่านพากันรับประทานข้าวเป็นอาหารหลัก อ๊ะ ..... ! ตรงนี้ให้ชัดประเดี๋ยวจะว่า
ผู้เขียนป่วยพูดของไม่เป็นเรื่อง พูดเรื่องไม่น่าพูดรู้กันอยู่ว่าพวกเราไม่กินหัวเผือกต้มเป็นอาหารหลัก น๊านแหละจึงต้องพูดให้เข้าใจ ข้อนี้ต้องถามท่านก่อนว่าคนในจังหวัดท่านกินข้าวเหนียวหรือข้าวเจ้าเป็นหลัก? ถ้าท่านตอบว่ากินข้าวเจ้านั่นก็ฟันธงปักใจได้ว่าส่วนใหญ่แล้ว(99เปอร์เซ็นต์) เมืองท่านกินข้าวเจ้ากันและถ้าเมืองท่านปลูกข้าวก็ส่วนใหญ่ต้องปลูกข้าวเจ้ากัน ประมาณนั้น แต่ที่โค – ราดท่านกิน ข้าวเจ้า – ข้าวเหนียวกัน หมายความว่า เขตถิ่นที่กินข้าวเหนียวก็กินแต่ข้าวเหนียวเป็นหลัก และเขตถิ่นที่กินข้าวเจ้าท่านก็กินแต่ข้าวเจ้าเป็นหลัก
คนโค – ราดท่านอยู่กินข้าวกันเช่นนี้
ถามว่าเขตถิ่นแถวไหนกินข้าวเหนียว ก็เขตอำเภอที่ติดไปทาง ชัยภูมิ ขอนแก่น สารคาม

นั่นแหละกินข้าวเหนียวทำนาปลูกข้าวเหนียวเป็นหลัก(แต่ในนี้ก็มีบางหมู่บ้านที่ กินและปลูกข้าวเจ้าอยู่) ส่วนคำพูดสำเนียงโค – ราดน่ะ เป็นไทยภาคกลางเป็นลาวก็ม่ายช่ายทั้งสองอย่างน่ะ คือส่วนผสมของความเป็นภาษาโค – ราดมีทั้งสองอย่างลาวไทยอยู่ในอัตราที่พอเหมาะลงตัว กลั่นตัว ตกผลึกเป็นไทยลาวโค – ราด
อย่างที่เพื่อนบ้านว่าเอาไว้เด๊ะเลยเอ๋ง(เอ๋งนะไม่ใช่เอ็ง !)
เหตุเพราะเพลงศันสนีย์หนีช้ำก๊ะลังดังเปรี้ยงๆน่ะตูข้าตะลอนๆไปตามเขตย่านถิ่นหมู่บ้านตำบลต่างๆของจังหวัดราชสีมา อยู่แหละและวัยคะนองลำช่วงนั้นก็ได้เทียวไปวินหัวมัน ตามหมู่บ้านหนองพลวง สาหร่าย ดอนตะหนิน กุดโบสถ์ไปเร่ยยยแหละ ลูกทุ่งคู่ฮิตคู่ฮอตพีคสุดๆตอนนั้นที่หนึ่งเลยต้องยกให้คู่โนเนมยุคนั้น(พ.ศ.2524)คู่นี้ สรเพชร ภิญโญ ก๊ะ น้องนุช ดวงชีวันดังมากเพลงของคู่นี้ดังจนกลายเป็นเพลงสถาบันวงปิดการสัมมนาแทบทุกวงการอาชีพ เป็นการดังที่ไม่ใช่คำยกยอกันทั่วๆไปนะนักร้องคู่นี้ เอาเป็นว่าดังต่อทุกหัวใจคนไทยที่ชอบฟังและร้องเพลงลูกทุ่งในยุคสมัยนั้นแหละ (พ.ศ.2524 – ปลาย ๆ พ.ศ. 2530) ขอบคุณรถขายของเร่ที่เปิดเพลงน้องนุชวิ่งผ่านไปแว่วๆมาเข้าในกล่องความทรงจำแห่งตูข้า สะกิดให้มองเห็นภาพผู้คนเหตุการณ์ อารมณ์จากเสียงเพลงของยุคสมัยแจ่มขึ้นมาเชียว

" เจ้าจ่มให้ข่อยแต่เซ่า บ่ให้กินเหล้าจั๋งใด๋ล่ะเมียจ๋า
จั๊กหยัง บ่ หยังดอกหนาพอแจ้งออกมา ก่ะเป็นอันว่าด่าขึ้นโลดโว้ย ! "
เพลงคู่ ผัวเมียพอๆกัน
เพราะดังคู่กันมากๆ ที่สุดคนฟังทั้งประเทศเลยสมใจที่ทั้งสองผู้ขับร้องได้กลายเป็นคู่ผัวตัวเมียกันในชีวิตจริง

ขณะนั้น
** วินหัวมัน, อาการของ"วิน" คือการใช้โซ่เหล็กคล้องล็อคโคนต้นมันสำปะหลัง แล้วใช้ไม้ท่อนกลมๆสอดเข้าห่วงโซ่เหล็ก หนุ่มอยู่ข้าง สาวก็อยู่อีกข้างนับนึ่ง ... ส่อง .... ซ๊ำพร้อมกันยันบ่ายันทั้งตัว งัดเหง้าเหล่ากอหัวมันสำปะหลังขึ้นมาจากแผ่นดิน หมู่หนุ่มสาวชาวไร่ก็จะได้ทั้งโขยงโขงโคตรมันสำปะหลัง
อ้อลืมบอกไป งานนี้
หนุ่ม ผายลม
สาวก็ ผายลม
ปู๊ด .... ปู๊ดดด ๆ


1920 น.
*-*_>>_มั่ยด้ๅยlจ้ๅชู้น๊ๅ.**....*...ก้ollค่lอ็uดูผู้ชๅยทุกคu___// ***
เป็นภาษาที่เกิดขึ้นโดยส่วนผสมของอะไรต่อมิอะไร ที่เจ้าตัวรับรู้สัมผัสมาทางอายตนะทุกประการแล้วเธอก็ปรุงแต่งเขียนมันขึ้นมาเป็นของเธอหมู่เธอในแบบฉบับของเธอและหมู่พวกเธอ การสื่อสารทางอักษรที่กำลังปรับแต่งตัวเองไปรายชั่วโมงรายวัน
ในสังคม ที่คนหลับกับคนตื่นคุยกันได้


เลยเพลินไป เมื่อยไปกับการออกกำลังกายใส่มันเข้าไปให้สุดๆลูกเพ่ให้เหงื่อไหลหยดย้อย
เอาเข้าไป อย่าหยุดยั้งเครียด ฉุน เคืองขัด เออเร่อร์ใดๆเอามันมาทุ่มเทออก ขับออกทางเหงื่อให้มันเสด็จน้ำ โหยยยยยย หมดจริงๆอ่ะมันออกทางผิวหนังระทวยดิ๊คุณ ! ระบมตามกล้ามข้อต่อต่างๆหัวไหล่นี่ ร้าวๆระบมหัวใจแทบขาดรอน แต่ก็สู้น่ะชั่วโมงเศษๆ วันนี้ท่านออกกำลังกายแล้วยังทำเหอะทำไรได้ทำ ไอ้ที่มันทำให้เหงื่อท่านไหลน่ะมีบางท่านบอกไม่รู้จะเอาเวลาไหนไปออกกำลังให้เหงื่อไหล เอางี้ดิ๊ถ้าท่านอัตคัดเวลาจริงๆ ก็ออกมันซะขณะท่านทำงานแหละ
มะเห็นเหรอคุณลุงใส่กุงเกงแพรจีนเสื้อกล้ามถูเอ๊าถูเอาพื้นบ้านน่ะ และเจ้าหนุ่มนั่นเล่นเดาะกระต้อ ตระกร้ออยู่เป๊าะ ..... เป๊าะ ๆ ๆ โทรศัพท์มาหมอก็คุยไปคุยเสร็จก็เดาะต่อ เป๊าะ ...... เป๊าะ ๆ ๆทำดิ๊ ทำเล๊ยทำได้คุณต้องทำนะออกกำลังกายให้ทุกสัดส่วนคุณได้รับการฝึกปรือ ขยับปรับสภาพ ขืนคุณนิ่งๆเป็นหมูนอนหายใจฟืดดด ฟาดดดด ........ ฟืดดด ฟาดดดด
นาเหออๆ
พอกลับเข้ามาจากการออกเหงื่อโฮ๊ะ ..... !เรคคอร์ดโทรศัพท์เป็นแถ๊วววววว ......... ?

วนเวียน ๆ เทียวกดโทรศัพท์ไปหาเพื่อนอยู่นี่
ขณะไปออกกำลังกายพวกเล่น โทรเข้ามาแปดหน
โฮ๊ะมันไอ้ไรกันนิ เพื่อนดันปิดเครื่องเอาล่ะ อีกทีก็สี่ทุ่มนะเพื่อน เพราะหลังสี่ทุ่มเขาลดราคาค่าโทรให้นิ๊ดนึง หมอนี่รู้ไต๋มันอยู่พอกรึ่มๆได้ที่ มาเล๊ยมาเลยเพื่อนมาๆ อยู่ไหนก็มาก่อน ทำนองนั้นคุยกันตามประสาเพื่อนซี๊ กินน่ะมะเท่าไหร่แต่คุยกันนี่โฮ๊วว สารพัดเสือสิงห์กระทิงควายงูเงี้ยวเคี้ยวขอแมงจินูนแมงปอแมง......แมง ... แมง ....แม่งเหออๆเพราะเป็นเพื่อนรักกันแท้ๆแหละ แต่เรื่องเครื่องดองของเมาพวกเราก็ไม่ค่อยจะสมาคมกันบ่อยนักหรอกเพราะเบื่อแล้ว
ทำนองนั้นมั๊ง!

ไม่มีความคิดเห็น: