CHAAI RADIO

             
<=กรุงเทพฯ,Thai <=อเมริกา, WashingtonDC <=รัสเซีย, Moscow <=เกียวโต,Japan

วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

เอ้อ ............. น่อ . . ! / ( bitch )

7 พฤษภาคม 2550
20.02 น.
เอ้อ ... ... น่อ .. ! ? ดู๊ คนเราช่างทำนะ เขียนๆมาซะดิบดี พอเผลอ

นิ๊ด ........ นิ๊ดเดียะแท้ ๆ มะทราบตัวเองไปกด มันอีท่าไหน แว๊บ ๆ
สองทีเท่านั้นแหละห๊ายหมดเลยที่เขียน ๆ เป็นแถ๊ววววน่ะ เกลี้ยงคึ่ก
.......... เอ้อ ... ... น่อ ! ? มันน่าโป๊ก ๆกบาลแท้ๆคงจะเพราะ เบลอๆสะลืมสะลือจากการเดินทางมั๊ง พอกลับมาถึงสำนักงานก็เปิดงานการเขียนบันทึกทันที เขียน ๆ ไปแล้วไปเผลอกดไรมันก๊ะม่ายรู๊ห๊ายแว๊บ ฉุนกึกให้ตัวเองขึ้นมาทันทีเลย ...... ฮึ่มม ..... ! อยู่เป็นผู้เป็นคนอยู่ เร๊อะ ..... ฮึ่ม ... ! พลาดได้ไง และก็พลาดไปแย๊วววว


แมงเม่าชอบตอมหลอดไฟจริง ๆ เต๊มไปหมดหน้าประตูกระจกอาคาร ' ถานีถ้าเปิดผลั๊วะนะ เป็นบินว่อนเข้ามาเต็มห้องแน่ ทั้งแมวทั้งกบเขียดและอึ่งเป็นสาละวน จ้องหากินกันอยู่หน้าประตูห้องของอาคาร แมงเม่าบินว่อนเล่นไฟที่สูงๆ แล้วพวกมันก็ร่วงหมดแรงลงผล๋อย ๆ ฝ่ายพวกกบเขียดและอึ่งก็จ้องกระโดดแลบลิ้นลากแมงเม่าเข้ากระเพาะของพวกมันอยู่แผล๊บ ๆ และสายตาไกล ๆจากมุมมืด ของแมวขาวตัวเขื่องก็จ้องจะตะครุบจับกบเขียดและอึ่งกินเป็นลำดับชั้นต่อไปตามวงจรห่วงโซ่อาหาร


ร้อนเหนียวตัวเหนอะหนะแมงเม่าก็หรือก็บินตอมวนเวียนกวนตาอยู่นี่แหละ
" พวกไฟฟ้าเขาบอกต้องใช้สายไฟแบบเดียวกัน .... ต่อกันน่ะพี่ "
นายประดิษฐ์น้องพนักงานใหม่ รายงานเหตุการณ์ให้ทราบ ขณะช่วงที่ตูข้าเข้า กทม. ทางกฟผ.แจ้งบอกสายไฟเมนจากหม้อแปลงเข้ามายังตัวอาคาร เนี่ยมันเป็นเนื้อโลหะชนิดที่ไม่เหมือนกัน คือเป็นเนื้อเส้นอะลูมิเนียม ส่วนหนึ่งกับเนื้อเส้นทองแดงอีกส่วนหนึ่งพอเอาสองเนื้อโลหะมาต่อกันเข้าขันน๊อตล็อคข้อต่อเข้ากัน แล้วเนื้อโลหะจะมีปฏิกริยาต่อกัน แบบว่ามันกัดกร่อนกันยิ่งหน้านี้เป็นหน้าฝนด้วยพอเกิดเปียกน้ำตรงรอยข้อต่อของสองเนื้อโลหะก็จะเกิดตะกรันเป็นเกลือโลหะพอกหนาจับเขรอะที่ข้อต่อของเส้นเนื้อโลหะต่างชนิดกันเป็นเหง้าพอกเป็นก้อนขึ้นคลุมตรงรอยต่อหนาเต๊อะทันที แบบดินพอกหางหมูน่ะ ช่างของ กฟผ.ว่าแบบนั้น และสำคัณช่างเขาว่าตรงข้อต่อสายไฟน่ะไม่ควรจะเอามาต่อกันตากฟ้าฝนอยู่นอกอาคารเช่นนี้เพราะตะกรันที่พอกหนาเต๊อะอยู่นั่นเป็นฉนวนกันกระแสไฟฟ้าที่เดินเข้าสู่อาคารได้เป็นอย่างดีด้วย ........... ! ก็ต้องแก้ไขกันแหละว่าด้วยเรื่องทางการเงินการคลังโน่นแหละ เอ้อ ...... ... น่อ ... .. !



ขอบคุณสองคนผัวเมียขายส้มตำ ที่อุตสาห์ขับรถมาส่งถึงที่ทำงาน เหตุเกิดเมื่อเย็นที่ผ่านมา(ถึงตรงนี้ ฉุนให้ตัวเอง มะหายยย .... ! ก็เรียบเรียงเขียนเกี่ยวแก่เหตุของสองสามีภรรยาคู่นี้มาซะดิบดี จวนจะจบข้อเขียนอยู่รอมมะร่ออยุ่แล้ว เพียงแค่เผลอไผลไปแก๊กเดียวแท้ๆ กดฟื้ดดดดดดดดดด ลบหายซะเกลี้ยงเลย)
จะทิ้งประเด็นนี้ไปเลย ข้ามไปไม่เขียนก็มะด๊ายยยยเพราะเป็นเรื่องของคุณงามความดีของน้ำจิตน้ำใจแห่งคนที่มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันเป็นข้อประทับใจในกันและกันอยู่ แต่จะเขียนอีกครั้งก็เสียใจกลัวมะเหมือนฉบับเดิม ที่ลบทิ้งไปแต่ถ้าไม่เขียนก็ไม่ได้ เลยต้องเขียนแม้จะไม่เหมือนเดิมที่ลบทิ้งไปแล้ว ... ก็ต้องเขียน


" เอาตำลาวเด้อ ... เผ็ดพอประมาณ "
นี่แหละ ด้วยสรรพสำเนียงภาษาถิ่นที่ตูข้าสื่อออกไปยังแม่ค้าที่นั่งตำ ๆ ส้มตำบนกระบะรถปิ๊คอัพนั่น ....เลยเป็นที่มาให้ได้เหตุเรื่องราวเอามาเขียนบอกเล่าสู่ท่านผู้อ่านได้สดับกัน
" ได้ ... ตำปูปลาร้า เน๊าะ "
อือ ........ แม่ค้าจัดแจงเร็วไวที่ท้ายรถนั่น ตูข้าหยิบปิ้งไก่ห้าไม้ / ข้าวเหนียวสองห่อ / ไข่ต้มสามฟอง
" โฮ๊วว ..... คนทางเดียวกั่น เน๊าะ ? "
แล้วผู้สามีแม่ค้า ก็พลันชวนเสวนาทันใดเรื่องข่าวสารทางบ้านฝนตกลมแรงลมหัวกุดพัดเรือนชานบ้านช่อง ดูข่าวจากทีวีน่ะ พี่แกเล่าให้ฟัง

" จะเข้าไปใกล้ ๆ เนี่ยะแต่มันมีของมาด้วยถือลำบาก ... "
" รอ มอ'ไซค์ บ่ ? "
" อือ ... "
คุยกันไป ตูข้าก็พยายามมองไปยังสี่แยกที่รถติดไฟแดงอยู่ หวังว่ามอ'ไซค์รับจ้างซักคันต้องมีผ่านมาบ้างแหละ
" นีแหละประมาณนี้แหละ ผมจะมาจอดขายแถวนี้ เสมอ "
" อือ ...... "
ขณะคุยกัน สายฝนผิวแผ่วบางๆพอตากละอองฝอยไอเย็นนั้นคุยกันได้ รถผ่านมาคันแล้วคันเล่า พวกเสื้อกั๊ก ก็มะยอมผ่านมาซ๊าก ........... คัน.
" ไป ๆ มาเลยยกของมาขึ้นรถ เดี๋ยวพี่ไปส่งเอง "
" โฮ๊ววว ...... "
" รถไม่มีแล้ว ไม่มาหรอก เดี๋ยวพี่ไปส่งเอง "
น๊าน ........... พี่ทิด คนบ้านเฮาพอสดับสรรพสำเนียงทำนองคนบ้านเดียวกัน เท่านั้นแหละไปไหนไปกันและ.
" เอางั๊นเหรอ พี่ไม่ล่ะขอบคุณครับ ไม่ให้ลำบาก ขอบคุณพี่ "
" ไป ๆ ต้องไป มาเลยพี่ส่งเองแค่เนี๊ยะ มะไกล "
พลันก็ มาดึงถือถุงและกระเป๋าของตูข้าตึงตังไปทันใด เอ๊า เอางั๊นน้ำใจน่อพี่ทิด น่อไปก็ไปแหละขอบคุณอย่างสูงครับ
" พี่เพิ่งมาอยู่ที่นี่เดือนเศษ ๆ "
ได้ความว่าพี่แกบ้านอยู่ ครบุรีเมืองย่าโมโคราชโน่น ก่อนหน้านี้พี่แกบอกทำงานอยู่ซีดีไอ ทำๆไปเป็นขัด ๆ ขวาง ๆก๊ะระบบเจ้าขุนมูลนายอยู่ อยู่ ๆไปเห็นท่าจะไม่รุ่งก๊ะอาชีพไม่เข้าโฉลกก๊ะนิสัยใจคอของตัวเอง เลยตัดสินใจลาออก มาเป็นนายและเป็นลูกน้องตัวเองอย่างที่เห็นเนี่ยะแหละพาเมียมาขายอาหารอีสานเดลิเวรี่ ก็สบายใจขึ้นแยะล่ะ พี่แกว่าถึงแม้ว่าจะหวั่นไหวก๊ะระบบวิธีหาเงินหาตังค์แบบเสี่ยงได้บ้างไม่ได้บ้างแต่โดยรวมแล้วก็มีรายได้พออยู่ได้แน่ เท่าที่ประเมินสถานการณ์ที่ผ่านมาน่ะ รวมแล้วสบายใจขึ้นล่ะพี่แกว่ามาอย่างนี้ มาอยู่แถวทางนี้ได้เพราะมีญาติแนะนำมาก็สมใจแหละยอดรายได้เท่าที่รับอยู่วัน ๆ เนี่ยะทุกอย่างโอเค .....พี่แกให้การ

" ขอบคุณ ล๊าย หลายพี่ครับ "
ตูข้ายกมือ ไหว้ขอบคุณสองผัวเมียขณะก้าวลงจากรถปิ๊คอัพเขียวช้ำ ของสองผัวเมีย ผู้มีน้ำใจ
" โฮ๊ววว บ่ได้ดอกพวกเฮาคนทางเดี๋ยวกั๋น ต้องเบิ่งแยง กั๋น "
เหอ ๆ ขอบคุณอ้ายหลาย น้ำใจไทบ้านทางเดียวกัน
" จดๆ ไว้เลย นี่แหละยี่ห้อคนบ้านเฮา มีหยังซอยเหลือกัน "

ในโลกล้วนอนิจจัง ชมรมคนรักแผ่นดิน' พี่แกเขียนแปะสติ๊กเกอร์ไว้กระจกด้านหลังเก๋งรถ พร้อมกับบอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อแอ๊ด เด้อแอ๊ดเทวดา ....น๊านชื่อยี่ห้อซะด้วยแหละ เรียบร้อย มีไรบอกกันพร้อมช่วยเหลือกันเสมอคนบ้านเฮา
ขอบคุณอื้อยหญิงแลอ้ายชายอย่างสูงเด้อครับ.

ไม่มีความคิดเห็น: