CHAAI RADIO

             
<=กรุงเทพฯ,Thai <=อเมริกา, WashingtonDC <=รัสเซีย, Moscow <=เกียวโต,Japan

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2550

เฮอะ .................. เหอะ./ (Happen naturally)

10 สิงหาคม 2550



1038 น.

" .......... ซะดีไม๊ เนี่ยะ ........ ! ? "

" เอาไม่เอา ....... เอาไง ? "

แต่สุดท้าย เราก็กดกริ่งลงจนได้ เป็นยึกยัก ๆอยู่ในทีและแล้วก็ลงไปแบบสงบเรียบร้อยเฮ้อ น่อ ........ หรือเขาอาจจะโดนเมียที่บ้านไล่ตะเพิดให้ออกไปซะจากบ้านกู....... ไอ้ห่าลาก..... ! ไป๊....... มึงอย่ากลับมาให้กูเห็นเชิญมึงไปตายซะไป ............ ไอ้เวรตะไลไฟพะเนียงแถมเหนียงยานต่องแหล่ง ......... ถุยยยยยย ! บรึ๊น ...... บรึ๊น บรื้นนนนนนนนนน คุณพี่แกเล่นเหยียบกดคันเร่งยังก๊ะจะพุ่งคันรถขึ้นเขาชันลาด 60 องศาซะงั๊นแหละ ทั้งๆที่ฝูงหมู่รถในช่องทางจราจรห่างกันแค่สามเมตร และสี่เมตรเป็นอย่างไกล คุณพี่โชเฟอร์วัยอ้วนฉุในชุดน้ำเงินเข้มมัดโพกหัวด้วยผ้าขนหนูผืนเขียวอ่อน แกเล่นเหยียบเอา และเหยียบเอาแล้วเราผู้โดยสารก็ก็วื้บว้าบ ....... ยวบยาบตามจังหวะการเหยียบปล่อยๆ ของพี่โชเฟอร์ผู้แค้นเมีย(กูแค้น ..... มึง ฮึ่มมมม ! ) วันนี้พี่แกทำงานไม่เป็นสุขแล่วววววว ........ เอาน่ะ เขาก็คนเราก็คนมีบ้างแหละที่ฉุนเฉียวในขณะทำงาน




" พบเห็น พนง.ขายตั๋วไม่ฉีกตั๋วโดยสาร ------ โชเฟอร์ขับขี่ในสภาพไม่ปลอดภัย ---- โปรดแจ้งบริษัทฯ หมายเลขโทร. ------- "


" เอาน่ะ อกเขาอกเราเน๊อะ ... "

" ค่อยๆลงครับ "

อือ ขอบใจครับคุณกระเป๋า ก็ปลอดภัยแหละกับการโดยสารมาก๊ะ คนแค้นเมีย เหอ ๆ ต้องเบาๆหน่อยนะคุณพี่อารมณ์กับการทำงาน ถนนสายนี้เมื่อต้นเดือนศาลท่านพิพากษาจำคุกโชเฟอร์ผู้ขับรถเมล์ฐานทำให้ผู้โดยสารพลัดตกรถเสียชีวิต แบบไม่รอลงอาญามาแล้วนะครับ เห้อ ...... ต้องใจเย็นครับ เย็นให้มากๆเลยแหละ.


เจ็บใจตัวเองแท้ๆดู ดู๊ ...... คน ! ? ลื๊ม เป็นได้ลืม ลื๊ม ลืม มะทราบท่านเคยป่ะออกเดินทางจะไปตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ ก็ไปซะดิบดีแหละ แต่พอถึงเป้าหมายลืมชิ้นงานนั้น ไม่ได้เอามาด้วย ....... เฮอะ เหอะ ทั้งๆที่ทุกอย่างกายและจิตปรกติครบถ้วน ........... ดู๊ คน ฮึ่มมมม !เลยได้แต่ฉุน ชู้น ฉุน ให้ตัวเองครื้มๆจะเอาขมับชนกำแพงมหาวิทยาลัยให้มันบุบบู้บี้ไปโน่น เอ้อ น่อ ? แต่ก็เอาน่ะ ทีพี่โชเฟอร์รถเมล์แกยังเหยียบซะจมมิดในระยะสี่เมตรได้ ก๊ะอีแค่จะกลับไปเอาทรัพย์ศฤงคารมูลค่าแปดแสนสามหมื่นล้านหกพันสองร้อยยี่สิบเจ็ดบาทที่ลืมไว้อีกรอบหนึ่งก็มะเห็นจะเป็นไรนี่เน๊อะ เด็ดขาดจริงๆกับการลืมทำนองนี้ เท่าที่สังเกตุดูตัวเองนะเคยลืมแบบนี้อยุ่บ้าง แต่มะบ่อยนัก บอกตัวเองอยู่เรื่อย " จำไว้นะท่าน ...... จำไว้อย่าลืม " แล้วก็เทียวเช็คตัวเองเสมอมา มาวันนี้ก็พลันมาลืมอีก เฮอะ เหอะ ๆ ก็เป็นแปลกดี ....เอ๊า..ถือซะว่ามันเป็นเรื่องสนุกไปเน๊อะ เครียดนัก เดี๋ยวลืมกินข้าว เฮอะ เหอะ,



" ....... โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ และที่อาศัยในเขตปริมณฑล ทำให้เสียค่าใช้จ่ายมื้อละ 528 บาทต่อครอบครัวต่อเดือน ..... " อือ ....... ก็แปลกอยู่เพราะเราแตกต่างกันโดยแท้ประเทศนี้ ถ้าตามตัวเลขที่ว่ามาน่ะ สมมุติมีพ่อแม่ และลูกสองคนเป็นสี่ชีวิตคือหนึ่งครอบครัว พากันออกไปทานข้าวนอกบ้านบ่อย อิ่มมื้อหนึ่งสี่คนจ่าย 528 บาท ตกต่อคนก็ คนละ 132 บาท อือ นับเป็นตัวเลขที่เอาการอักโขอยู่ทีเดียวนับไปทางว่า จ่ายมากแหละบนฐานการกินอาหารแบบตัวผู้เขียนบันทึก ซึ่งนี่เป็นฐานค่าราคาเงินเมื่อปี '48 นะ วันนี้ราคาเงินเปลี่ยนไปตัวเลขก็ต่างไปแหละ เหตุที่นำประเด็นนี้มาแสดงไว้ในข้อเขียนนี้ก็ด้วยว่า เห็นโทรทัศน์ "เพื่อแผ่นดิน" ของทางสันติอโศกเขานำเสนองานลดความอ้วนของสำนักราชการที่เกี่ยวกับสุขภาพประชาชน เขาเสนอโครงงานการลดอ้วนให้กับประชาชนทางโทรทัศน์ โดยมีนักวิชาการ งานอนามัยของ กระทรวงนามว่า คุณสง่า ดามาพงศ์ เป็นลีดเดอร์ผู้ควบคุมงานการลดพุงให้กับกลุ่มเป้าหมายผู้พุงเผล็ะ ........ ! แต่ทริปเด็ด มันอยุ่ที่ตัวผู้เป็นวิทยากรผู้คุมงานลดเนื้อหนังให้พวกคนเจ้าเนื้อหนังทั้งหลายนั่น ........... น่าสนใจตรงที่ท่านผู้นี้อายุอานามเดี๋ยวนี้ 57 ปีแล้ว แต่ดุหน้าตาหุ่นทรวดทรงแล้วสามสิบกว่าๆ แค่นั้น เสริจช์ๆเข้าไปในเน็ตก็พบว่าเหตุที่ท่านอาวุโสผู้นี้มะแก่ ........ มันมาจากท่านมีข้อปฏิบัติว่า ท่านใช้เคล็ด(ไม่)ลับกับหลัก 3 อ. ( เฮอะ เหอะ สูตรการสื่อสารผ่องถ่ายข้อมูล แบบทางราชการแหละ ) ดังต่อไปนี้ :-

อ. อาหาร - ข้าวกล้องมีประโยชน์มาก พืชผักผลไม้กินเป็นประจำ เลี่ยงอาหารรสจัด

อ. ออกกำลังกาย - สัปดาห์ละ 3 วัน นานครั้งละ 30 นาที เดิน หรือจ๊อกกิ้งก็ได้

อ. อารมณ์ - อย่าหมกมุ่น นั่งสมาธิ

สาม อ.นี่ต้องเข้าใจแจ่มแจ้งบนความลงตัวที่เหมาะควร ต่อกาย - จิตของแต่ละท่านเป็นคนๆไป ให้ปฏิบัติเป็นประจำ คือคำแนะนำจากท่านนักกีฬาหนุ่มผู้สูงวัย






11 สิงหาคม 2550

0019 น.

ในทุกๆ แขนงงานนะหากผู้ทำงานใส่ใจในรายละเอียดที่ลึกชัดเข้าไป ต่องานของตนเองแล้วจะพบเห็นเรื่องอันเป็นองค์ประกอบแยะไป สารพัดแหละต้องใส่ใจเล็งดูจะพบเห็นข้อที่ควรไม่ควรในงานนั้นๆเยอะแยะแล ขอเพียงท่านใส่ใจแล้วจะรู้กิจของท่านโดยแจ่มแจ้งทำเหอะแล้วจะประจักษ์แก่ตัวท่านเอง กินไรเข้าไปหนอเนี่ยะ? กาแฟก็มะช่าย ....... เป็นเฉยๆ มะง่วง ? ดีมะง่วงก็ดีไปอย่าง ทำๆไปพิมพ์ไปคิดไปเขียนไปมันเรื่อยๆ ลองดูมันจะซักแค่ไหนความมึนตึงที่อยู่ในขมองนี่

" วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๔๓๕ เป็นวันที่ได้มีการจัดตั้งสถาบันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ ๕ ......... ทางราชการจึงกำหนดให้วันที่ ๑๐ สิงหาคม ของทุกปี เป็น "วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน"



ทีวีช่องสิบเอ็ดท่านบอกว่าอย่างนั้นขณะนั่งทานมื้อแลงในห้องครัว มีการสนทนากันก๊ะชาวกำนัน-ผูใหญ่บ้านตัวแทนจากภาคราชการประจำ(ดูเหมือนจะเป็นสาย กระทรวงมหาดไทยแหละ) กฎหมายใหม่มีแนวโน้มว่าจะให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านคงจะมาจากการแต่งตั้งของทางอำเภอ เพื่อให้เป็นตัวแทนของทางฝ่ายราชการประจำเพราะการมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนนั้นมองอีกมุมหนึ่ง เมื่อมีการเลือตั้งทีก็ทำให้ชุมชนนั้นขัดใจ ผิดพ้องหมองใจกันทุกทีไป ....... ท่านผู้ใหญ่บ้านหญิงแสดงทัศนะในรายการทีวี เลือกตั้งแล้วทำให้ชุมชนผิดใจกัน ... ?




23 สิงหาคม 2550

16.37 น.




เป็นครึ้มๆใบไม้หนาดก สงบทึมๆเงียบสงบคล้ายๆจะเป็นหน้าหนาวมาเยือนแล้วนะประมาณนั้น พวกเราตั้งแต่ทางสำนักงานท่านเปลี่ยนฮวงจุ้ยทิศทางประตูเข้า - ออก นี่เป็นมะชอบขยับเขยื่อนไปไหนกันได้เลย ฮวงจุ้ยทำให้พวกเราเป็นหมูถูกกักขังอยู่ในคอก นอนอืดแล้วอ้ายเสือเหยยยย ......... ? ภูมิประเทศสภาพแวดล้อมมีผลต่อการดำรงค์อยู่ ต่อหุ่นทรวดทรงของสรรพสิ่งได้ตรงๆเลยแหละ ต่อไปนี้ ใครขี้เกียจออกกำลังกายเป็นได้อ้วนแน่ ... เว๊ยยยย ส่วนตูข้าไม่ยอมแหละต้องออกกำลังกายให้ได้เสมอ ขืนไม่ออกก็จับเหงาไร้ชีวิตสุ้มเสียงแหบโหยล่ะ เลยต้องออก

" เฒ่าข่อยยย .........คิดเห็นแต่เจ้าล่ะบุญยังก๊ะด๋ายย "

นายนกเพื่อนซี๊โทร.มาแจ้งข่าวเรื่องเขามีแพลนนิ่งจะอบรมสัมนางานเกี่ยวแก่ระบบจัดการสื่อสารแผนกสื่อวิทยุ-โทรทัศน์ท้องร่องท้องถิ่นชุมชนไรนั่น เห็นบอกว่าต้นเดือนหน้าจะมีการเปิดคอร์สสัมนากัน ซึ่งก็ยังไม่รู้เรื่องประเด็นหัวข้องานที่ชัดเจนหรอกว่างานไร อย่างไร... ? ฟังๆเพื่อนไว้ ไม่รับปาก ขอฟังๆไว้ก่อนเพื่อนเอาละได้เวลาแล่ววว ออกเหงื่อซะที.



24 สิงหาคม 2550



08.53 น.



ตื่นสายเช้านี้ ............ ตื่นแบบ ผิดไปจากปรกติที่เคยตื่นน่ะ แปดโมง เหอๆ รู้อยู่สาเหตุมาจากอะไรที่ทำให้นอนยาวขนาดนี้ นี่ถ้าเผื่อนอนยาววววว ........... ย๊าวววววว และยาวไปโลดเลยคงจะเสียดายแย่เลย ... !?เสียดายโอกาสที่จะได้ดูโลกในวันใหม่ๆที่จะมาถึงต่อไป อย่าเพิ่งนอนเตลิดเลยตู โลกวันหน้ายังมีให้ชมอีกแยะ สารพัดหลากหลาย เป็นซาลึมซาลือลืมหน้าล้างสีฟัน .... ฝัน...ฝัน ๆ...... ฝันประหลาด นั่งและนึกนอนกลุ้มจายยยยย


เมื่อไม่นานมานี้นักชีววิทยากลุ่มหนึ่งได้ศึกษามด Polygerus ที่ทำรังอยู่ตามลุ่มน้ำ อะเมซอนในบราซิล และได้พบว่ามดพันธุ์นี้มีความเชี่ยวชาญในการล่าทาสมาก คือเวลามัน ทำสงครามมดชนะมันจะบุกเข้ายึดรังมดที่แพ้สงครามแล้วจับมดทาสที่ประจำอยู่ในรังนั้นมา เป็นทาสรับใช้มัน จากนั้นมันจะขนไข่มดที่แพ้สงครามกลับไปพักที่รังมันทันทีที่ไข่สุกลูกมด ใหม่จะมีจิตใจเป็นทาสยินยอมรับใช้มด Polygerus โดยไม่ต้องสั่ง มดทาสนั้นตามปกติมีฐานะ ทางสังคมต่ำสุด มันจึงไม่มีสิทธิ์สืบพันธุ์ใดๆ ดังนั้นเวลามดทาสตาย มดนายก็ต้องออก สงครามเพื่อล่ามดทาสมารับใช้มันอีก เพราะถ้าไม่ออกศึกหาทาสมันก็จะอด อาหารตายเมื่อ มีมดทาสแล้ว วันๆ มันจะนั่งอ้อนขออาหารจากมดทาสตลอดเวลา




ส่วนมด Aolenopsis invicta ซึ่งเป็นมดคันไฟที่มีชีวิตอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ และขณะนี้กำลัง คุกคามผู้คนและที่อยู่อาศัยในทวีปอเมริกาเหนืออยู่ R. Hickling แห่งมหาวิทยาลัย Mississippi ในสหรัฐอเมริกา ได้พบว่ามันสามารถติดต่อสื่อสารกันด้วยเสียงและกลิ่นได้ โดยเขาได้ถ่ายภาพมดชนิดนี้และบันทึกเสียงของมดและเขาได้พบว่าเวลามดตกใจมันจะส่ง เสียงดังหรือเวลาศัตรูปรากฏตัวให้เห็นอย่างทันทีทันใดมันก็จะส่งเสียงอื้ออึงเหมือนกัน
เพราะเหตุว่าเสียงเดินทางได้เร็วกว่าโมเลกุล Pheromone ของกลิ่น ดังนั้นมดจะใช้เสียง เฉพาะในกรณีสำคัญๆ เท่านั้น


ส่วนมด Pheidole palidula เวลาถูกศัตรูข่มขู่จะโจมตี มันจะสร้างไข่อ่อนที่จะให้กำเนิด มดทหารมากกว่าปกติเพื่อมาปกป้องรังของมัน ให้รอดพ้นจากการถูกโจมตีและเมื่อใดที่มด วรรณะหนึ่งๆ ถูกศัตรูฆ่าตายหมดทุกตัวแล้วมดวรรณะอื่นก็จะเข้ามาทำหน้าที่แทนและนั่นก็ หมายความว่ามดชนิดนี้เปลี่ยนวรรณะทางสังคมของมันได้เมื่อมีความจำเป็น

การที่มดมีการแบ่งชั้นวรรณะเช่นนี้ ได้ทำให้นักชีววิทยาบางคนคิดว่า มดเป็นสัตว์ที่มี สติปัญญาเฉลียวฉลาดยิ่งกว่าลิง การมีสติปัญญาที่สูงในสมองที่เล็กนี้ได้ทำให้มันมีวัฒนธรรม หนึ่งที่ประเสริฐยิ่งกว่าคน คือความรู้สึกสามัคคีทุกหมู่เหล่าของมดเพราะสังคมมดเป็นสังคม สหชีวิตที่ชีวิตทุกชีวิตมีความหมายต่อทุกชีวิตอื่น อย่างที่เรียกกันว่า altruism ที่สังคมคนไม่มี

ขอบคุณ
http://www.google.co.th/
http://www.school.net.th/library/webcontest2003/100team/dlbs029/index.html
http://pr.ku.ac.th/clipnews/html/06%20june%2049/27june49/krungtep.html http://www.dnp.go.th/FOREMIC/NForemic/Insect_tip/rout/%E0%B8%A1%E0%B8%94.htm

ไม่มีความคิดเห็น: