CHAAI RADIO

             
<=กรุงเทพฯ,Thai <=อเมริกา, WashingtonDC <=รัสเซีย, Moscow <=เกียวโต,Japan

วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2551

มา ............ แย๊ววววววววว ( come back )



27 เมษายน 51

06.17 น.

..........เรื่องเชิญทำบุญสำหรับคนโลกย์ๆหลายคนเข้าใจเพียงแค่นำเงินไปให้วัด ให้พระ แต่เรื่องการทำบุญในทางศาสนาพุทธสำหรับศาสนิกชนผู้สนใจอยากทำบ้าง ได้มีบัญญัติแนะนำเอาไว้ให้ทราบให้รู้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นลายลักษณ์อักษรในพระไตรปิฎกอยู่แล้วเรื่องการทำบุญต่อไปนี้ผู้เขียนบันทึก ยกมาจากเว็ป ธรรมะไทย (http://www.dhammathai.org/store/sasana2/page1.php).....มีรายละเอียดสำหรับผู้สนใจในบุญดังต่อไปนี้ : -

คำว่า "บุญ" แปลว่า ความสุข ความดี ความสะอาด ความผ่องแผ้วแห่งจิต

คำว่า "การทำบุญ" หมายถึง การทำกิจใดๆ เพื่อให้ได้บุญ คือ เพื่อให้ได้ความสุขกายสบายใจ

กิจที่ทำนั้นต้องเป็นประโยชน์ต่อตนเอง และผู้อื่น โดยถูกทำนองคลองธรรม สำหรับคำว่า "การบำเพ็ญบุญ" มีความหมายเช่นเดียวกับ "การทำบุญ"

วิธีการทำบุญ เพื่อจะให้ได้บุญนั้น มีอยู่ ๓ วิธี โดยจำแนกตามจิต รวมเรียกว่า "บุญกิริยาวัตถุ๓ อย่าง" คือ

๑. ทานมัย วิธีการทำบุญด้วยการบริจาคทาน เป็นเรื่องของจิตเกี่ยวเนื่องกับสิ่งของที่จะทำทานมีหน้าที่กำจัดกิเลสอย่างหยาบคือความโลภได้ ผู้ที่ได้บุญจากทานมัยย่อมเป็นคนกว้างขวาง เป็นที่รักและเคารพของปวงชน สมานไมตรีกันไว้ได้ทุกชั้น ทั้งยึดถือประโยชน์ของคนที่มีทรัพย์ได้ด้วย เราจำแนกทานออกเป็น ๒ อย่างคือ

๑.๑ อามิสทาน เป็นการสละทรัพย์ของตนแก่คนทั้งหลาย ด้วยอัธยาศัยเมตตาเผื่อแผ่ เช่น ถวายทานแด่พระภิกษุสามเณร คนชรา ขอทาน ผู้ตกยาก เป็นต้น

๑.๒ ธรรมทาน เป็นการแนะนำสั่งสอนชี้แจงให้ผู้อื่นรู้จักบาปบุญคุณโทษ ให้วิชาความรู้ ดังพุทธภาษิตที่ว่า "สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ" แปลว่า การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง

๒. สีลมัย วิธีการทำบุญด้วยการรักษาศีล เป็นเรื่องของจิตเกี่ยวเนื่องกับกายวาจา สีลมัยมีหน้าที่กำจัดกิเลสอย่างกลาง คือความโกรธได้ ผู้ที่ได้บุญจากสีลมัยย่อมเป็นที่รักและเคารพของชนทั้งหลาย หมดความรังเกียจซึ่งกันและกัน ทั้งทำให้เป็นคนองอาจด้วย สีลมัยจำแนกเป็น

๒.๑ ศีล ๕ สำหรับสามัญชนทั่วไป

๒.๒ ศีล ๘ หรือ อุโบสถศีล สำหรับอุบาสกอุบาสิกา

๒.๓ ศีล ๑๐ สำหรับสามเณร

๒.๔ ศีล ๒๒๗ สำหรับพระภิกษุ

ปกติคนที่ถูกโทสะครอบงำจิตย่อมจะเดือดร้อนใจ มักจะเสียความประพฤติทางกาย และวาจา จำต้องรักษาศีลควบคุมกายวาจาให้สงบ ตลอดจนคลุมจิตใจให้เป็นปกติหายโทสะ จิตจึงจะเป็นบุญ

๓. ภาวนามัย วีธีการทำบุญด้วยการภาวนา เป็นเรื่องของจิตอย่างเดียว ผู้ที่ได้บุญจากการภาวนามัย ย่อมเป็นคนหนักแน่นมั่นคง แม้กระทบกระทั่งอารมณ์ใดๆ ย่อมจะไม่หวั่นไหวไปตามอารมณ์นั้นๆ การภาวนา เป็นการอบรมจิตใจให้ตั้งมั่นอยู่ในความดีและให้ฉลาด สำหรับคนทั่วไป ได้แก่ การศึกษาเล่าเรียน หมั่นฟัง หมั่นคิด หมั่นท่องบ่นหลักวิชาการต่างๆ หมั่นสนทนากับท่านผู้รู้จนเกิดความฉลาด การภาวนาที่ละเอียดมากขึ้น ได้แก่

๓.๑ สมถภาวนา (สมถกัมมัฏฐาน) คือการทำจิตให้อยู่ในอารมณ์เดียว ด้วยการสำรวม ความระวัง และตั้งใจ

๓.๒ วิปัสสนาภาวนา (วิปัสสนากัมมัฏฐาน) คือใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นแจ้งในสังขารธรรมทั้งปวง ด้วยความฝึกฝน ความทรมาน ความดัดสันดานและด้วยความข่มใจภาวนามัยเป็นข้อสำคัญที่สุดในบุญกิริยาทั้งหลาย เพราะยึดบุญกิริยานั้นๆ ให้คงอยู่ได้ด้วย

แกนเหล็กที่ตั้งอยู่ ณ ภายในทำของที่หุ้มอยู่ ณ ภายนอกให้มั่นคงฉะนั้น อันความงามความดีที่

จะเป็นผล ซึ่งบุคคลที่ประพฤติให้ปรากฏออกภายนอกด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ต้องมีภาวนาเป็นสารอยู่ภายใน ย่อมเป็นไปดังสุคนธชาติ เป็นต้นว่า เนื้อไม้ที่อบไว้เป็นอันดี เพราะเหตุนั้นกุศลราศีที่บุคคลทำให้มีขึ้นโดยสนิทใจ ได้ชื่อว่าภาวนาเพราะใจความว่าเป็นเครื่องอบรมกุศลให้มีขึ้นในสันดาน

30 เมษายน 2551

06.46 น.

..........ซักผ้าแย่วววววว ผงซักผ้า ก้อประหยัดเอา ประหยัดมือประหยัดแรง ด้วยการเหยียบ ........... เหยียบๆช่วยมือขยี้เน๊อะเหอออๆ สะอาดแหละซักผ้าโบราณเนี่ยะ เนื้อผ้าทนทาน นานเน แต่ไอ้เจ้ากุงเกงยีนส์(ผ้าชาวนา)นี่มาน เนื้อแข็งเป็กส์ ....... จริง จริ๊ง!เหยียบๆมันให้ฉ่ำและ

12.00 น.

..........ทีพีบีเอสบอก ราคาน้ำตาลทรายปรับขึ้นราคา โลละ 5 บาทแล่วว วันนี้ หลังจากที่มะวานมีมติจากที่ประชุม ครม.ให้ขึ้นราคาได้ มีเรื่อง ซ่อน อำพราง อยู่ในระบบการปลูก โรงงานผลิตกลุ่มคน รัฐบาล งานขายเรื่องน้ำตาลมากมาย ทำให้มีการนำข้อมูลมาแฉกันให้ทราบว่าระบบ ประกันราคา ประกันและประกันโดยรับบาลนั้นมีผลต่อความเป็นจริงต่อระบบราคาน้ำตาลในตลาดโลกอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยข้อมูลรวมๆแล้วเท่าที่สดับมา ราคาน้ำตาลในประเทศคนซื้อต้องซื้อแพง แต่ส่งออกกลับขายถูก ........... ต้องส่งออกในราคาถูกกว่าที่พลเมืองในประเทศซื้อรับประทานแหล่งข่าว(ฝ่ายที่นำมาแฉ)บอกมันเป็นมาแบบนี้ ตั้งแต่เริ่มมีระบบการผลิตน้ำตาลเป็นล่ำเป็นสันในประเทศนี้เป้นมาแบบนี้ตลอด เหตุเพราะที่เขาขายน้ำตาลกันทั่วๆไปในตลาดโลกนั้นราคาถูกกว่าประเทศนี้ขายเสมอ คงจะด้วย .............. อะไรต่อมิอะไรก็ช่วยกันสันนิษฐานเอาก็แล้วกันท่านผู้มีวิจารณญาณที่เคารพ ............. บางเสียงบอกเรื่องน้ำตาลเป็นเรื่องของกลุ่มงานการเมืองที่ชัดเจนอย่างหนึ่งในประเทศนี้ !

18 มิถุนายน 2551

06.20 น.

..........ลืมไปเลย พักร้อนยาวไปหน่อย แต่ก็วนเวียนเข้าๆ ออกๆ นอกในหน้าบ้านหลังนี้ไม่หนีไปไหนหรอก เพียงแต่ไม่ได้เปิดตุ่ม เปิดไหเปิดถ้วยโถโอชาม ในบ้านหลังนี้เลย ............... ! แบบไม่ได้แตะต้องใดๆให้ชอกช้ำผิดที่ผิดทางแหละ มันอยู่ยังไงก็อยู่แบบนั้นเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง พอเสร็จจากกิจพักร้อนส่วนตัวแล้วจริงๆก็ถึงได้มาเปิดเหย้าเปิดเรือนให้ท่านแฟนานุแฟน ทั้งหลายที่เคารพรักยิ่งได้เข้ามาทักทายโอภาปราศรัยกันต่อได้......เช้านี้ตื่นขึ้นมาก๊ะความกระฉับกระเฉงแหละ ท่านผู้อ่านอย่าให้โรคภัยไข้เจ็บเข้าเบียดเบียนแทรก..แซงได้นา การใส่ใจต่อสุขภาพโดยรวมอันเป็นการไม่ลำบากที่จะทำได้เฉพาะตนเฉพาะตัวนั้นพึงลงมือทำเป็นอย่างยิ่งในแต่ละผู้คน เป็รต้นว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องออก เท่าที่สภาพเราจะรับไหว การรับประทานอาหารที่ปลอดเคมี หนักไปทางฟืชผัก(สำหรับผู้สามสิบปีขึ้นไป) ไม่หวานไม่เค็มน้ำมันสำหรับทอดผัดจากสัตว์หลีกเว้น และสำคัญงดมื้อเย็นไปเลย เหออ ๆเหล่านี้ควรทำนะ และทำให้เป็นกิจประจำชีวิตไปเลยน้ำเปล่าๆ น้ำในอุณหภูมิปรกตินี่แหละดื่มบ่อยๆดื่มเรื่อยๆในแต่ละช่วงเวลาขณะทำงาน ก็ดีนะเท่าที่ผู้เขียนประพฤติปฏิบัติเป็นลำดับมาตลอดเนี่ยะ คือร่างกายแจ่มใสปราดเปรียวน่ะแหละไม่มีไรผิดสังเกตเกิดขึ้นให้กังวลใจ อีกอย่างท่านผู้ใดที่มีเวลาหุงข้าว นึ่งข้าวกล้อง รับประทานเองนั่นประเสริฐต่อกายเป็นเลิศแท้ขอยืนยันต่อเพื่อนชีวิตมา ณ ที่นี้


..........และที่สำคัญอาหารที่กินเข้าไปทุกวันนี้ต้องเลือก โดยเฉพาะผักผลไม้ในประเทศไทยเราเวลานี้ เป็นเรื่องที่น่ากลัวเอามากๆเหตุมาจากการใช้สารเคมีเข้มข้น มีพิษอย่างแรงต่อการดูแลผักผลไม้เกษตรกรใช้เพื่อป้องกันศัตรูพืชอย่างเข้ม แรง ….. ! เกษตรกรใช้เคมีเข้มข้นเพื่อให้ผักผลไม้สวยงาม แล้วเก็บส่งตลาดสู่ปากผู้บริโภค แล้วการใช้เคมีในประเทศนี้ใครใคร่ใช้ก็เชิญตามสะดวก ใช้ได้ตามอัธยาศัย ลูกเด็กเล็กแดง เฒ่าชะแร แก่ชรา ท่านผู้ใดอยากเทผสมหนักเบา แก่อ่อน อย่างใดก็เชิญจะพ่นจะฉีด หรือไม่หนำใจจะเทราดก็ตามบริดวกท่านแฮ ผลแห่งพิษร้ายจากเคมีอันกระจุยกระจายดาษดื่น เกลื่อนแผ่นดินนี้ ก็ได้เห็นผลกันแล้ว ทางตับ มะเร็ง แผลเปื่อย ผุพอง เด็กพิกลพิการไม่สมบูรณ์ มีให้พบเห็นเจอะเจอกัน ทุกหมู่บ้านในประเทศไทย ไม่ว่าจะโดยตรงที่เกิดขึ้นกับตัวผู้ฉีดพ่นเคมีร้าย และหมู่เหล่าพลเมืองทั้งหลายของทั้งประเทศ ...... อ๊ะ อย่างหวังว่าท่านจะปฏิเสธ ป่าววว ..... ! เรามะเกี่ยวเชียวนา ท่าน เหยยย เพราะท่านได้กิน กลืน มันลงท้องไปแล่ววว เมื่อตั่งกี๊ อ่ะ

..........แล้วเมื่อไหร่ ประเทศไทย จึงจะตระหนักรู้กันหนอว่า ที่กินๆ กันอยู่นี่มันของร้ายฆ่าเผ่าพงศ์พันธุ์เชื้อเรา พี่เหยย น้อง เหยยย ........ ตื่นเถิดชาวไทย

08.22 น.

..........ฝนฟ้าก็ท่าจะตกกระหน่ำอีกแล้ว เสื้อผ้าแช่อยุ่ในกาละมังนั่น ให้มันหมักกับน้ำเปล่าๆไปซักพักก่อน แต่ก็ไม่รู้จะแห้งเมื่อใดดูท่าฟ้าฝนแบบนี้ มันจะหล่นลงมาเดี๋ยวนี้แล้ว เออออ น่อ? แช่ไว้ก่อนแหละฝากกาละมังเอาไว้ เวลานี้ประเทศเรามีความบาดหมางขัดแย้งกัน แบบเขม็งเกลียวเป็นอย่างยิ่ง ทางด้านความคิดในหมู่ชนของประเทศเวลานี้หากเอาการเมืองไปจับแล้วแบ่งออกเป็นสองฝ่ายแข็งขัน คือฝ่ายขับไล่รัฐบาลที่นำโดยกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย เวลานี้ตั้งเวทีกองขบวนหมู่เหล่าอยู่ที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์จัดรายการแบบไฮด์ปาร์คบนเวทีสดขับไล่ก่นด่ารัฐบาลที่นำโดยท่านนายกสมัคร สุนทรเวชว่าเป็นร่างทรง(นอมินี)ของพรรคไทยรักไทยแห่งอดีตท่านทักษิณ ชินวัตรอย่างสุดๆด้วยภาษาคำหยาบ แต่ละรัฐมนตรี แต่ละคนในคณะรัฐบาล บางท่านบางคนจากองค์กรอิสระถูกหยิบยกอ้างเอ่ยชื่อมา สับถล่มอย่างสุดๆ เป็นเวทีที่หมู่ชนได้แสดงออกถึงความไม่ชอบคนแบบเต็มร้อยทีเดียว นั่นคือฝ่ายหนึ่ง กับอีกฝ่ายหนึ่งคือฝ่ายเห็นด้วยกับรัฐบาล บนเงื่อนไขเหตุผลที่ต่างฝ่ายต่างอ้างอิงเอาไว้เป็นชุดๆ วันนี้ขณะเขียนบันทึกอยู่นี่มีความตึงเครียดกันอย่างไม่บรรเทาเบาบางแต่อย่างใด

19.35 น.

..........โทรทัศน์ไทยพีบีเอส นำเสนอสกู๊ปข่าวเรื่องการให้เงินทุนสนับสนุนแก่กลุ่มกิจกรรมนักศึกษา ออกค่ายตามสถาบันการศึกษาต่างๆ และก็มีกลุ่มนักศึกษาอีกกลุ่มพากันไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้ฝ่ายการเมืองที่รับผิดชอบงานการศึกษาของชาติให้ช่วยเฝ้าระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ เห็นว่ามีม๊อตโต้ให้แก่กลุ่มกิจกรรมนักศึกษาว่า ดื่มอย่างมีสติ น๊านนนนน ..... ! ท่าจะมาววว ...... ไปแล่วว ป่านนี้น้องๆหลานๆ ตูก็แหมมาถามเฮียนี่ดิ๊น้องๆเอ๋ยยยยย ... ฮื๊ยยยยยย( สะบัดๆหัว ) นี่ยาง มาววววว มะหายเลยอ่ะเป็นมึนๆอยู่ในขมองนิ ก็มะกี่วันมานี่ผู้เขียนไปงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์เกี่ยวแก่ฟุตบอลยูโร 2008 .น่ะดิ๊โดยมีผลิตภัณฑ์ของเมาสนับสนุนด้วยส่วนหนึ่งแล้วทางเจ้าภาพก็ตั้งบูธเครื่องดื่มแช่เย็นเจี๊ยบนั่นตั้งวางเรียงรายไว้ให้แขกเหรื่อผู้ไปร่วมงานเชิญดื่มตามแก่ความอยากดื่มของแต่ละท่านเต็มที่ไม่อั้น .......... !โอ๊ววววว เป็นไงหนอน้องๆตูข้าตอนนี้ มานจะอ่านข้อเขียนของรุ่นพี่ออกป่ะเนี่ยะ อ้ายน้องเอ๊ยยยย ........ ลืมตาๆอย่าเพิ่งมาวววว

..........ตื่นๆโฮ๊วววววววว พี่ก้อมาววว ......... น้องก้อออ ม๋าวววว โฮ๊ะ !



ไม่มีความคิดเห็น: