วันจันทร์, มกราคม 21, 2008

ธรรมชาติ / ( Nature )



ขอขอบคุณ ภาพจากชาวเน็ตด้วยกันครับ

21 มกราคม 2551

0605 น.
กรุงเทพฯ - ตื่นแล้วหัวรุ่งตีห้าโน่น ................ นิดๆ เห็นเสี่ยวิทย์ออกประตูเรือนไปทำงาน แต่เช้ายังงี้ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์แหละเฮียวิทย์น่ะ ขยัน ต่อเนื่องเป็นประจำเป็นนักจัดรายการวิทยุนี่สำคัญคือเวลาพลาดเป็นพลาด ........... เวลาต้องมาก่อนเลยทีเดียว ไม่มีสองที เอออ ....... เข้าท่ายอดอ้อยนำมาทำเป็นยอดผักแกง แทนหน่อไม้ได้ทีวีเจ็ดเขานำมาเสนอให้ดู ปอกๆออกซะที่ตรงยอดของต้นอ้อยนั่นแล้วนำมาแกงเปรอะใส่ยอดผักอื่นๆใส่น้ำใบหญ้านางมะเขือเปราะฟักทอง ปลาย่าง พริกลูกโดดอ่อนๆเหยาะน้ำปลาร้า ปรุงรสเอาตามใจชอบ ......... โฮ๊ยยย แซ่บเด้อ แซ่บหลาย คักขนาด เด้อนางเดอออ .............ตรึ้ม ๆ กล้องช่องเจ็ดสีทีวีเพื่อคุณเขาถ่ายทำยอดอ้อยนำมาแกงแทนหน่อไม้มาจากทางอีสานพุ่นล่ะ
ข่าวสารหน้าจอเข้มข้น เฉพาะเรื่องการเมือง ขมวดเกลียวตรึงกันอยู่เวลานี้ เมื่อวานมีการแถลงข่าวการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันของ 6 พรรคการเมือง มีเสียงเฮ ๆของฝ่ายนักข่าวส่วนหนึ่งที่ไปฟังงานแถลงข่าวฟอร์มทีมเพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่ รร.(โรงแรม)แห่งหนึ่ง ในกทม. หัวแถวคนสำคัญของหกพรรคนั่งเรียงกันต่อหน้า ผสข.มีการโต้เถียงกันในบรรยากาศการแถลงข่าว ระหว่างท่านสมัคร สุนทรเวช(ว่าที่นายกฯ) ก๊ะนักข่าว ตปท.(ท่านสุทิน วรรณบรรจง)คู่ขัดคอกันมายาวนาน แบบไม่ลดราวาศอกให้กัน เหอออ ๆขำๆแหละ เพลาๆกันหน่อยนาครับท่านสูงวัยของประเทศทุกฝ่ายอยู่แล้ว คนเมืองน่านเมืองเจียงฮาย มะต้องคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอนหน้าหนาวอีกแล้ว เมื่อมาอยู่เมืองหลวงกรุงเทพฯ ด้วยว่าเช้านี้มีหมอกห่มคลุมน่านฟ้าเหนือปริมณฑลเมืองหลวง แบบมืดตึ๊บ หมอกหนารถวิ่งตามท้องถนนต้องเปิดไฟหน้าแหละ เป็นปรากฎการณ์ที่ปรกติ ที่แล้วๆมาไม่มีหมอกขนาดนี้ให้พบเห็นในชั่วชีวิตของหมู่คนที่มีชีวิตอยู่ในกทม.ที่ผ่านมา ยังไม่เคยพบเจอกันขณะเขียนอยู่นี่มองออกหน้าต่างไปหมอกดูขาวโพลน พัดลมติดผนังที่เปิดไว้ดูดเอากระไอเย็นของฝอยฝนหมอกผ่านหน้าต่างเข้ามาระผิวกายเย็นวาบหวิวดี เป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางระบบของธรรมชาติแบบคาดการณ์ไม่ได้เอาเลย ของผู้คนแห่งยุคสมัยมันเกิดและเป็นของมันได้จริงโดยธรรมชาติ ที่ผิดไปจากความเป็นปรกติ ต้นเดือนน่ะมีหิมะตกลงกลางทะเลทรายประเทศอิรัค แผ่นดินริมทะเลชายฝั่งประเทศสเป็ญถูกน้ำทะเลเอ่อท่วมขึ้นมา ท่วมแบบถาวรร่วมพันไร่ ดูสิระบบการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ มันแหกกฎผลิกโลกปรกติไปเลย โลกที่แตกต่าง ........ ! ท่านว่าห้วงเวลานี้เป็นยุคสมัยแห่งวิบากกรรมแสดงผล สำหรับหมู่โลกมนุษย์ต่อทุกสรรพสิ่ง

1105 น.
เวลาพระลั่นกลองฉันเพลแล่วววว ตามชนบทประเทศเขตเกษตรกรรมทำนาไร่ยังมีพิธีกรรมเรื่องราวการไปส่งเครื่องขบฉันให้พระที่วัดได้ขบฉันมื้อเพล(มื้อก่อนเที่ยง)กันอยู่ แต่สำหรับในเมืองใหญ่หมดโอกาสที่จะได้พบเจอ “แม่ออก” ผู้อุปถัมภ์วัดไปส่งข้าวปลาอาหารให้พระในเวลาก่อนเที่ยง เพราะเมืองใหญ่ผู้คนทำงานที่ไม่ใช่ภาคการเกษตรทำนา – ไร่ มัวแต่ยุ่งขิงอยู่ก๊ะงานพาณิชยการ – อุตสาหการ พระในเขตย่านที่ผู้คนไม่มีเวลาไปส่งข้าวปลาอาหารให้ขบฉันท่านก็พากันช่วยตัวเองเอา รูปใครก็รูปใคร (ศัพท์ทางโยมเรา ก้อว่า ตัวใครก็ตัวมัน) ...... เลยเป็นเหตุเป็นผลแบบโลกๆมาทางโยมคนผู้ครองเรือนเป็นหลักอย่างเราๆว่า ทำไมพระต้องจับต้องถือเงินทอง ? อันเป็นสังหาริมทรัพย์ไปจับจ่ายใช้สอยซื้อโน่นนี่ได้ตามท้องตลาดทั่วไทย เหออๆหมัยล่ะตูอยู่ๆพาลจะหานารกมาใส่ตนตัว พูดเรื่องพระเรื่องสงฆ์ พอ .............. พอเดี๋ยวนี้ !ปูเหลี่ยวจะเข้าโฉลกว่า “หัวโล้นอยากรำแ(แอนด์ลำเรื่องต่อกลอน) หัวดำอยากเทศน์” เหอออ ๆ
แต่ ก็มีพระบางกลุ่มบางคณะนะท่าน ตัดขบวนการยุ่งยากไม่ให้เป็นที่ลำบากท่าน(โยม)ไม่ให้เป็นที่ครหานินทาไปต่างๆนานาในหมู่คณะและศาสนิกชนผู้พบเห็นทั้งหลาย กลุ่มสานุศิษย์ของพระพุทธเจ้าเหล่านี้ท่านมีมติตกลงในหมู่คณะสงฆ์แห่งท่านว่า ฉัน(กิน)มื้อเดียวไม่จับต้องเงินทองเข้าย่ามเข้าถุง มีอยู่แยะหมู่เหล่าพระท่านที่ถือนับวัตรปฏิบัติกันแบบนี้ ในเมืองใหญ่ปัจจุบัน

0 ความคิดเห็น: